
ศุลกากรโปร่งใส ไม่ง่ายแต่ต้องทำ
8...ทีมข่าวการเงิน
ความพยายามแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันของกรมศุลกากร เป็นเรื่องที่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลังพยายามแก้ไขปัญหามานานแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ 100%
ในยุคที่ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เป็นปลัดกระทรวงการคลัง ถึงกลับใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง คือ ให้เอาเงินใต้โต๊ะขึ้นมาบนโต๊ะคือเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ส่งออกและนำเข้าให้ชัดเจน และนำเงินค่าธรรมเนียมนั้นมาจัดสรรเป็นสวัสดิการให้กับข้าราชการเลย
แต่การทำเช่นนั้นก็ไม่อาจทำให้การร้องเรียนของภาคเอกชนที่มีต่อกรมศุลกากรหมดไป จนทำให้กระทรวงการคลังออกเป็นนโยบายการคลังโปร่งใสออกมา และมีการกำหนดเป้าหมายที่จะลดปัญหาการร้องเรียนและปัญหาคอร์รัปชันให้หมดไป
กรมศุลกากรได้จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของกรมศุลกากร (ศปธ.) เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในการปฏิบัติราชการของกรมศุลกากร และแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของกรมศุลกากร (กปธ.) เพื่อให้คำปรึกษา เสนอแนะแนวทางส่งเสริมความโปร่งใสและธรรมาภิบาลฯ รวมทั้งวินิจฉัยเรื่องที่เป็นปัญหาและอุปสรรคสำคัญในการดำเนินงานของกรมศุลกากร โดยมี ยุวรัตน์ กมลเวชช อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธาน เพื่อให้คำปรึกษาและวินิจฉัยกรณีที่มีปัญหาขึ้นมา
กปธ. ได้เสนอแนวทางต่อกรมศุลกากรหลายอย่างที่จะแก้ไขปัญหาการลักลอบหนีภาษี โดยห้ามเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเข้าไปมีส่วนร่วมขบวนการเด็ดขาด หากพบจะสั่งย้ายภายใน 24 ชั่วโมง และตั้งคณะกรรมการสอบสวน ถ้าผิดจริงก็จะเอาผิดทางวินัย
นอกจากนี้ยังออกคำสั่งกับเจ้าหน้าที่ให้ทำงานเต็มศักยภาพเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ รวมทั้งเร่งพัฒนาการทรัพยากรบุคคลลดการทำธุรกรรมแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประกอบการ ลดปัญหาการเรียกสินบน และจัดอบรมบุคลากรช่วยให้การดำเนินงานมีธรรมาภิบาล และมีประสิทธิ ภาพมากขึ้น
และเพื่อให้การวัดผลลดคอร์รัปชันเป็นรูปธรรม กปธ.ก็ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยวิจัยเชิงสำรวจภาคสนาม เรื่องความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของกรมศุลกากร จากมุมมองของภาคธุรกิจและข้าราชการ
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้สำรวจผู้ประกอบการและผู้ที่มาติดต่อราชการกับกรมศุลกากร จำนวน 212 ตัวอย่าง พบว่า83% ไม่เคยพบว่าข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ แสดงท่าทีที่ส่อไปในการเรียกร้องทรัพย์สินหรือสิ่งของตอบแทนเพื่อกระทำหรือละเว้นการกระทำบางประการ
มีเพียง17% เท่านั้นที่เคยพบเห็นโดยอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบสินค้า หรือในกระบวนการที่ต้องดำเนินการเป็นระยะเวลานาน
ส่วนเรื่องการติดต่อแล้วข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่แสดงเจตนาในการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อผลประโยชน์ของตนเองหรือพวกพ้องนั้น พบว่า ส่วนใหญ่ 85.7% ไม่เคยพบกับเหตุการณ์ดังกล่าว มีเพียง 14.3% เท่านั้นที่เคยพบโดยการให้รอคิวนาน ไม่ได้รับความสะดวกในการทำธุรกรรม หรือในกรณีที่บริษัทใหญ่มาจะได้รับบริการที่รวดเร็วกว่า เป็นต้น
สำหรับภาพลักษณ์ในเรื่องความโปร่งใสของกรมศุลกากรในปัจจุบันเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่า 49.3% ระบุว่าปรับตัวดีขึ้น 47.4% ระบุว่าไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนเรื่องความพึงพอใจกับความซื่อสัตย์สุจริตของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร พบว่า 91.8% ระบุว่าพอใจ 8.2% ระบุว่าไม่พอใจ
สาเหตุสำคัญของปัญหาคอร์รัปชันในกระบวนการศุลกากร เมื่อพิจารณาในสาเหตุที่มีการปรับไปในทิศทางที่ดีขึ้น พบว่า 52.9% ระบุว่ามีความพร้อมของอุปกรณ์ เครื่องมือ เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีการปรับตัวดีขึ้น 40.7% ระบุว่ามีความรับผิดชอบและประสิทธิ ภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ศุลกากรมากขึ้น 39.8% ระบุว่ามีกฎระเบียบพิธีการศุลกากร และขั้นตอนปฏิบัติที่เป็นระบบมากขึ้น 32.4% ระบุว่ามีโครงสร้างพิกัดอัตราภาษีศุลกากรที่เป็นระบบมากขึ้น
เมื่อสอบถามถึงความคาดหวังในการให้บริการ พบว่า กลุ่มตัวอย่างคาดหวังในเรื่องของตัวเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรที่ให้บริการ 85.9 % โดยต้องการให้เจ้าหน้าที่ให้บริการที่ซื่อตรง เต็มใจให้บริการ และตรงต่อเวลา รองลงมา 81.6% และ 62.2% ต้องการให้มีกระบวนการ ขั้นตอนการให้บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีขึ้น
สมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า จะเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 ระยะที่ 2 ให้ รมว.คลัง พิจารณาประเด็นสำคัญ คือจะปรับปรุงสินบนและรางวัลนำจับเพื่อลดแรงจูงใจในเชิงลบที่มีต่อภาคเอกชน เพิ่มคณะกรรมการอุทธรณ์ภาษีซึ่งปัจจุบันที่มีเพียงคณะเดียว ทำให้ล่าช้าในการพิจารณาเป็นปัญหากับผู้ประกอบการ มีการกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ภาษีให้เสร็จภายใน 180 วัน หากล่าช้าผู้ประกอบการยื่นเรื่องต่อศาลให้พิจารณาได้ทันที
นอกจากนี้ยังแก้ไขกฎหมายให้ผู้ประกอบการสามารถแจ้งข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากการขนส่งทางอากาศ และทางน้ำ ก่อนที่สินค้าจะเข้าออกท่า เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งสินค้าให้รวดเร็วมากขึ้น และเพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเข้าตรวจสอบสินค้าเมื่อมีการถ่ายสินค้าผ่านแดน โดยเฉพาะสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ วัตถุระเบิด คาดว่ากระทรวงการคลังจะเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในเร็วๆ นี้
บาลของกรมศุลกากร (กปธ.) และได้รับข้อเสนอที่เป็นประโยชน์เช่นการป้องกันขบวนการลักลอบหนีภาษี โดยห้ามเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร เข้าไปมีส่วนร่วมขบวนการฯเด็ดขาด หากพบจะสั่งย้ายภายใน 24 ชั่วโมง และตั้งคณะกรรมการสอบสวนถ้าผิดจริงก็จะเอาผิดทางวินัยต่อไปนอกจากนี้ยังออกคำสั่งกับเจ้าหน้าที่ทำงานเต็มศักยภาพเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ รวมทั้งเร่งพัฒนาการทรัพยากรบุคคลลดการทำธุรกรรมแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประกอบการลดปัญหาการเรียกสินบนและจัดอบรมบุคลากรช่วยให้การดำเนินงานมีธรรมาภิบาล และมีประสิทธิภาพมากขึ้น







