
สำรองเลี้ยงชีพ-ประกันใจสู้
บลจ.กรุงศรี เผยบริษัทประกัน-กองสำรองเลี้ยงชีพ กล้าเสี่ยงลงทุนหุ้นมากขึ้น หวังผลตอบแทนสูงขึ้น
บลจ.กรุงศรี เผยบริษัทประกัน-กองสำรองเลี้ยงชีพ กล้าเสี่ยงลงทุนหุ้นมากขึ้น หวังผลตอบแทนสูงขึ้น
นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเริ่มเห็นแนวโน้มของนักลงทุนสถาบัน เช่น บริษัทประกันภัย ประกันชีวิต และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมถึงกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มีการปรับสัดส่วนการลงทุน โดยให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นมากขึ้น และคาดว่าในอีก 1-2 ปีข้างหน้า แนวโน้มนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“โดยปกติแล้วกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะต้องหาผลตอบแทนให้ได้ปีละประมาณ 7% เช่นเดียวกับบริษัทประกันที่จะต้องลงทุน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งเมื่อก่อนดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง ทำให้ไม่จำเป็นต้องลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อเพิ่มผลตอบแทน แต่ในปัจจุบันดอกเบี้ยต่ำลง ทำให้นักลงทุนสถาบันกลุ่มนี้ต้องมองหาการลงทุนที่มีโอกาสเพิ่มผลตอบแทนได้มากขึ้น และเชื่อว่าจำนวนเงินลงทุนของนักลงทุนกลุ่มนี้จะมีจำนวนมาก จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนให้ตลาดหุ้นปรับเพิ่มขึ้นได้อีก” นายประภาส กล่าว
นอกจากนี้ นายประภาส กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้นักลงทุนสถาบันมีความมั่นใจในการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้น เนื่องจากในปัจจุบันความผันผวนของตลาดหุ้นไทยต่ำลง และถือว่าผันผวนต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์
พร้อมกันนี้ นายประภาส กล่าวว่า บลจ.กรุงศรี ปรับประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ โดยคาดว่าจะเติบโต 7.16% ซึ่งสูงกว่าการประมาณการของหลายหน่วยงาน
“ปีนี้เศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดกันไว้ ในขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโตได้ประมาณ 20% ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับเพิ่มขึ้นมามากแล้ว แต่ยังแพงน้อยกว่าในอดีต และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เม็ดเงินลงทุนในตลาดโลกยังเข้ามาในตลาดหุ้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ระดับ 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพราะฉะนั้นดัชนีหุ้นไทยยังมีโอกาสที่จะไปต่อ อย่างไรก็ตาม ที่ระดับ 1,850 จุด เป็นระดับที่มีความเสี่ยงที่อาจจะถูกเทขายทำกำไร” นายประภาส กล่าว







