
ร้านไทยรุกอาเซียน
วินเนอร์ขยายเปิดขายมือถือจีนลาวพม่าเอสแอนด์พีผุดอาหารไทยในกัมพูชา
วินเนอร์ขยายเปิดขายมือถือจีนลาวพม่าเอสแอนด์พีผุดอาหารไทยในกัมพูชา
กลุ่มร้านค้าเร่งบุกอาเซียน วินเนอร์ เล็งเปิดสาขาเสิ่นเจิ้นลาวพม่า เอสแอนด์พี ประเดิมผุดสาขากัมพูชา
นายอัครวงศ์ เดชาโชติธนเศรษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วินเนอร์ เทเลคอมป์ กรุ๊ฟ ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์เสริม เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรในเมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน เพื่อเปิดร้านจำหน่ายสมาร์ตโฟน อุปกรณ์เสริม พร้อมบริการหลังการขายด้านซอฟต์แวร์ในเสิ่นเจิ้น ภายใน 3 ปี คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 10 ล้านบาท โดยบริษัทจะลงทุนด้านบริการหลังการขาย ส่วนพันธมิตรลงทุนสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์เสริม
ทั้งนี้ หลังจากร่วมทุนบริษัทจะต่อยอดหาพันธมิตรผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมเพื่อนำเข้ามาจำหน่ายในไทยได้ต้นทุนถูกลง เพราะปัจจุบันอุปกรณ์เสริมที่จำหน่ายในร้าน 90% ผลิตจากจีนอยู่แล้ว โดยมองว่าจีนเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง และคนในประเทศเพิ่งเริ่มใช้สมาร์ตโฟนไม่นาน ส่วนใหญ่ยังไม่ชำนาญดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ด้วยตัวเอง และปัจจุบันยังไม่มีร้านที่มีบริการหลังการขายด้านดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ จึงเป็นโอกาสที่จะเข้าไปเปิดตลาด
สำหรับประเทศอื่นในอาเซียนที่สนใจ เช่น ลาวและพม่า เนื่องจากคนในประเทศเพิ่งเริ่มใช้สมาร์ตโฟน ขณะที่กำลังซื้อในประเทศเติบโตสูงจากการที่เศรษฐกิจประเทศขยายตัวเร็ว ซึ่งบริษัทมองเห็นความต้องการชัดเจนจากยอดขายของสาขาที่ จ.อุดรธานี ขอนแก่น ซึ่งมีคนลาวมาใช้บริการมาก ส่วนที่เชียงรายก็มีคนพม่ามาใช้บริการมากเช่นกัน
นายอัครวงศ์ กล่าวว่า มีแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ใน 23 ปี เพื่อระดมทุนขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากธุรกิจอุปกรณ์สื่อสารใช้เงินลงทุนสูง โดยต้องการระดมทุนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายขยายสาขาในประเทศเป็น 50 สาขา ใน 3 ปี ส่วนปีนี้จะใช้งบขยายสาขา 45 สาขา รวม 50 ล้านบาท สาขาแรกเพิ่งเปิดที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 3 ส่วนสาขาที่เหลือที่จะทยอยเปิด ได้แก่ อุบลราชธานี หาดใหญ่ เชียงใหม่ และนครปฐม จากปัจจุบันมีอยู่แล้ว 19 สาขา แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 5 สาขา และต่างจังหวัด 14 สาขา
สำหรับทั้งปีนี้ตั้งเป้าหมายอดขายที่ 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากปีที่ผ่านมา โดย 60% มาจากยอดขายสมาร์ทโฟน 30% อุปกรณ์เสริม และ 10% บริการหลังการขายด้านซอฟท์แวร์ ซึ่งเป็นการเติบโตสูงกว่าตลาดรวมที่คาดว่าจะเติบโต 30% จาก 4.725หมื่นล้านบาท มาอยู่ที่ 6.1 หมื่นล้านบาท โดยการเติบโตป็นผลจากเครือข่ายโทรศัพท์ที่เอื้ออำนวยให้เล่นอินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วขึ้น โทรศัพท์เคลื่อนที่แบรนด์ต่างๆ หันมาทำสมาร์ทโฟนมากขึ้น ซึ่งคาดว่าสมาร์ทโฟน ของซัมซุง จะเป็นตัวแปรสำคัญที่เข้ามากระตุ้นตลาดให้เติบโต เนื่องจากราคาไม่แพง และคุณสมบัติครบถ้วน
ในส่วนของบริษัทมั่นใจในจุดแข็ง คือเป็นเจ้าแรกที่จำหน่ายเฉพาะสมาร์ทโฟน อุปกรณ์เสริม และมีบริการหลังการขายด้านซอฟท์แวร์ โดยได้ลงทุน 3 ล้านบาทต่อปีดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมาไว้บริการลูกค้า ปัจจุบันมีกว่า 4 แสนแอพพลิเคชั่น ในจำนวนนี้มีแอพพลิเคชั่นเฉพาะสาขาอาชีพ เช่น หมอ ครู เชฟ และนักธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่หากดาวน์โหลดเองจะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก มั่นใจว่าจะดึงกลุ่มเป้าหมายที่จำเป็นต้องใช้แอพพลิเคชั่นเหล่านี้เป็นลูกค้าได้ เช่น นักศึกษาแพทย์
นายวิฑูรย์ ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอสแอนด์พี ซินดิเคท ผู้ดำเนินธุรกิจร้านเอสแอนด์พี เปิดเผยว่า นับจากนี้บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจร้านอาหารเอสแอนด์พีไปตลาดต่างประเทศ ด้วยการให้ความสำคัญกับกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง หรือซีแอลเอ็มวี (CLMV) คือ Cambodia (กัมพูชา) Laos (ลาว) Myanmar (พม่า) และ Vietnam (เวียดนาม) เนื่องจากเป็นตลาดที่อยู่ใกล้ไทยทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการร้านได้สะดวก อีกทั้งยังมีพฤติกรรมคล้ายคนไทยด้วย
บริษัทจะนำร้านเอสแอนด์พีเข้าไปเปิดให้บริการประเทศแรก คือ กัมพูชา ด้วยการจับมือกับศูนย์การค้าอิออนมอลล์ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะพร้อมเข้าไปเปิดให้บริการในปลายปีหน้า เนื่องจากศูนย์การค้าอิออนมอลล์ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทนำแบรนด์ร้านอาหารเอสแอนด์พีเข้าไปเปิดให้บริการในตลาดต่างประเทศ ส่วนแบรนด์ร้านอาหารอื่นๆ เช่น ร้านภัทรา ก่อนหน้านี้ได้มีการนำร้านเข้าไปเปิดให้บริการแล้วที่เมืองปักกิ่ง ประเทศจีน
“นโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้ จะเดินหน้าขยายธุรกิจไปทั้งในส่วนของร้านอาหาร ร้านเบเกอรี่ และร้านกาแฟ เพื่อเพิ่มศํกยกภาพให้กับการทำธุรกิจ ซึ่งในกัมพูชา ผู้บริโภคค่อนข้างรู้จักแบรนด์ของเอสแอนด์พี เนื่องจากมีคนไทยเป็นส่วนหนึ่งเข้าไปอยู่ในประเทศดังกล่าว จึงน่าจะสร้างแบรนด์ได้ไม่ยาก” นายวิฑูรย์กล่าว
สำหรับแผนการขยายธุรกิจในประเทศไทยนั้น บริษัทคาดว่าจะใช้ลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท ในการเปิดสาขาใหม่เน้นหนักไปในตลาดต่างจังหวัดและเป็นร้านขนาดใหญ่ 10 สาขา และขยายจุดจำหน่ายอีกประมาณ 40 จุด







