
ส่งออกหดตัว...กดดันเงินบาท
สัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 29.20-29.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทรงตัวจากสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่นักลงทุนตลอดจนผู้ส่งออกยังคงอยู่ในช่วงจับตามองท่าทีของเงินบาทในระยะต่อไป
สัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 29.20-29.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทรงตัวจากสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่นักลงทุนตลอดจนผู้ส่งออกยังคงอยู่ในช่วงจับตามองท่าทีของเงินบาทในระยะต่อไป
นอกจากนี้ เบน เบอร์แนนคี ประธานเฟด ได้ออกมาย้ำว่า เฟดจะใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไปเพื่อที่จะหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ โดยล่าสุดตัวเลขดัชนีราคาบ้านในเขต 20 เมืองของสหรัฐปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนถึงการฟื้นตัวในตลาดที่อยู่อาศัยอาจเป็นแรงหนุนให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า
อย่างไรก็ตาม เงินบาทอาจได้รับแรงกดดันจากการที่ตัวเลขส่งออกเดือน ก.พ.ของไทยออกมาน่าผิดหวัง โดยหดตัว 5.27% เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ.ปีก่อน
นอกจากนี้ ดัชนีผลผลิตอุตสาห กรรม (MPI) หดตัวเกินคาด 1.29% เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ.ปีก่อน ขณะที่การนำเข้าเดือน ก.พ.ยังคงเติบโตถึง 5.27% เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ.ปีก่อน การนำเข้ามีแรงหนุนจากการนำเข้าทองคำ ซึ่งที่ผ่านมาราคาปรับลดลง ดุลการค้าจึงยังขาดดุล 1,560 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดตลาดที่ระดับ 29.23 เงินบาทมีการซื้อขายในกรอบแคบๆ ระหว่าง 29.19-29.37 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการสิ้นเดือนที่ค่อนข้างสมดุลระหว่างผู้นำเข้าและผู้ส่งออก อย่างไรก็ตามเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าไปในตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้น
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผลการประมูลพันธบัตร ธปท.นั้นสามารถขายพันธบัตรได้ 7.5 หมื่นล้านบาท โดยมีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับของการประมูลในครั้งก่อน บ่งชี้ว่ายังได้รับความสนใจจากนักลงทุน
ขณะที่นักลงทุนต่างชาติถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการประมูลและยังหนุนในเงินบาทไม่อ่อนค่าลงมากหลังจากที่นักลงทุนเริ่มขายเงินบาทเพื่อทำกำไรเล็กน้อย เพราะเงินบาททรงตัวอยู่ในกรอบมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา รองผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ธปท.ยังคงมาตรการการสนับสนุนให้เงินไหลออกเพื่อสร้างความสะดวกในการลงทุน ส่วนหนึ่งเป็นการเตรียมพร้อมให้เอกชนไทยรับมือกับการก้าวไปสู่ AEC ในอนาคตด้วย เพื่อรับมือกับกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติ และย้ำว่าภาวะเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกยังมีความเสี่ยงอยู่ในปีนี้ ณ วันศุกร์ เหรียญสหรัฐ/บาทอยู่ที่ระดับ 29.27 (เวลาประมาณ 17.59 น.)
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินยูโรปรับแข็งค่าในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีการซื้อขายในกรอบระหว่าง 1.2750-1.3048 แกว่งตัวกว้างกว่าสัปดาห์ก่อนหน้า ณ วันศุกร์ ยูโร/เหรียญสหรัฐ อยู่ที่ระดับ 1.2818 (เวลาประมาณ 17.59 น.)
ส่วนค่าเงินเยนในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับแข็งค่าขึ้น และคาดว่าเงินเยนอาจอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเช่นนี้ไปจนถึงปลายเดือน เนื่องจากเดือน มี.ค. ถือเป็นเดือนสิ้นสุดปีงบประมาณของบริษัทญี่ปุ่น รวมทั้งฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการคนใหม่ของบีโอเจ แถลงการณ์ต่อหน้ารัฐสภาญี่ปุ่น โดยยืนยันว่าจะรักษาอัตราดอกเบี้ยระยะยาวให้อยู่ในระดับต่ำ และตลาดยังคงคาดหวังว่าบีโอเจจะดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้นในช่วงต้นเดือน เม.ย. โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินเยนมีการซื้อขายในกรอบระหว่าง 93.5394.96 เหรียญสหรัฐ/เยน







