
ธปท.พร้อมงัดมาตราการคุมบาท
สถานการณ์ค่าเงินบาทยังผันผวนมีทีท่าที่จะแข็งค่าขึ้นในช่วง 12 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเทียบกับต้นปีค่าเงินบาทได้แข็งค่าขึ้น 45% ได้สร้างความกังวลจะกระทบการส่งออกของไทย และเศรษฐกิจไทย และยังลามไปถึงตลาดหุ้นกระดานแดงอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ค่าเงินบาทยังผันผวนมีทีท่าที่จะแข็งค่าขึ้นในช่วง 12 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเทียบกับต้นปีค่าเงินบาทได้แข็งค่าขึ้น 45% ได้สร้างความกังวลจะกระทบการส่งออกของไทย และเศรษฐกิจไทย และยังลามไปถึงตลาดหุ้นกระดานแดงอย่างต่อเนื่อง
แม้ที่ผ่านมาบทบาทหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พยายามที่จะรักษาความสมดุลค่าเงิน โดยการเข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทเป็นระยะๆ รวมทั้งมีกระแสข่าวการออกมาตรการที่จะสกัดเงินร้อน และการประคับประคองค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเกินไป
ล่าสุด ผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมายอมรับว่า ธปท.ได้เตรียมมาตรการรักษาค่าเงินให้สมดุลในระดับและขนาดที่เหมาะสมเพื่อให้อัตราแลกเปลี่ยนไม่หวือวา
ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากมาตรการเบาไปหนัก 1 2 3 4 แต่ถ้าสถานการณ์จำเป็นอาจจะทำระดับ 3 ก็ได้ อยู่ที่ภาวะตลาดเป็นหลัก
“ขณะนี้ ธปท.ได้หารือกับกระทรวงการคลังว่าควรทำอะไรบ้าง ในดีกรีระดับไหน ซึ่งอาจจะเป็นมาตรการป้องปรามหรือมาตรการที่บังคับทันทีในช่องทางนั้นๆ เลยก็ได้ เพราะเงินทุนเข้าได้หลายช่องทาง ซึ่งจะใช้เมื่อเหมาะสม และคงไม่สามารถบอกได้ว่าจะใช้มาตรการอะไรเมื่อไร ถ้าจะใช้ก็ออกประกาศให้มีผลบังคับใช้เลย” ผ่องเพ็ญ กล่าว
ขณะเดียวกัน ธปท.อาจจะพิจารณาช่องทางส่งเสริมเงินทุนไหลออกเพิ่มเติมด้วย เพื่อสร้างสมดุลเงินทุนไหลเข้าและออก ซึ่งหลายมาตรการอาจจะทำเร็วๆ นี้ หรืออาจจะออกมาตรการปีหน้า อยู่ที่สถานการณ์ ซึ่ง ธปท.ติดตามความเคลื่อนไหวของเงินทุนไหลเข้าออกอยู่แล้ว
สำหรับข้อเสนอที่ขอให้มีการลงทะเบียนเงินทุนไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้ ถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่ ธปท.เตรียมไว้ เพียงแต่การบังคับใช้ต้องดูสถานการณ์ที่เหมาะสม เพราะต้องพิจารณาผลกระทบในทางลบด้วย และคงไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการที่รุนแรงที่จะปิดประตูเงินทุนไหลเข้าไปเลย เพราะไทยยังต้องการลงทุนอีกมาก ทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์เงินบาทแข็งค่าเริ่มปรับดีขึ้นเนื่องจากมีแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐเข้ามา ทั้งจากนักลงทุนต่างชาติที่ขายหุ้นแล้วต้องการซื้อเงินเหรียญสหรัฐเพื่อนำเงินออก และนักลงทุนไทยที่เห็นว่าเงินบาทลงลึกก็ซื้อเงินเหรียญสหรัฐ บวกกับแรงซื้อของนักลงทุนไทยที่ต้องการไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศทำให้ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลง เป็นไปทั้งสองทาง
และเมื่อเปรียบเทียบประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ธปท.ยังมองว่าเงินทุนต่างชาติยังมีโอกาสที่จะไหลเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ภาวะเช่นนี้ถึงเงินบาทจะแข็งค่า แต่ก็ยังไม่ได้รับโทรศัพท์ต่อว่าเหมือนช่วงปี 25512552 เนื่องจากภาคธุรกิจมีการปรับตัวที่ดีขึ้นมากมีการบริหารความเสี่ยงที่ดี สะท้อนว่าตลาดรับการเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้นของค่าเงินบาทได้ดีขึ้น







