posttoday
บีโอไอมั่นใจ2ล้านล้านดึงทุนนอกเข้าไทย

บีโอไอมั่นใจ2ล้านล้านดึงทุนนอกเข้าไทย

28 มีนาคม 2556

บีโอไอมั่นใจลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านดึงทุนนอกเข้าไทย ย้ำยุทธศาสตร์ส่งเสริมฯใหม่ประกาศทันกลางปี

บีโอไอมั่นใจลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านดึงทุนนอกเข้าไทย ย้ำยุทธศาสตร์ส่งเสริมฯใหม่ประกาศทันกลางปี    

นายประเสริฐ บุญชัยสุข  รมว.อุตสาหกรรม  กล่าวในงานสัมมนา Thailand Unparalleled Opportunities" จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)ร่วมกับนิตยสารนิเคอิ บิสซิเนส ซึ่งมีจุดประสงค์หลักเพื่อชี้แจงยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ของประเทศไทยแก่นักลงทุนญี่ปุ่นว่า  ปีนี้บีโอไอตั้งเป้าหมายยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่ 6 แสนล้านบาท ซึ่งกว่าครึ่งจะเป็นเงินลงทุนจากต่างประเทศและส่วนใหญ่จะยังคงเป็นเงินลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น 

โดยในปี 2555 การลงทุนจากต่างประเทศ(FDI)มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอทั้งสิ้น 1,584 โครงการ รวมเป็นเงินลงทุน 6.47 แสนล้านบาทเป็นโดยเป็นการลงทุนจากญี่ปุน 378 โครงการ มูลค่า 3.74 แสนล้านบาท หรือ57.7% ของ FDI ทั้งหมด 

นายประเสริฐ กล่าวว่า  การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบายไทยมูลค่า 2 ล้านล้านบาทจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดการลงทุนจากทั้งญี่ปุ่นและประเทศต่างๆ  เนื่องจากสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าจะมีต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์ไปทั่วภูมิภาคที่ลดลง   

ด้านนายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการ บีโอไอ กล่าวว่า  ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาแม้จะมีหลายปัจจัยที่กระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยทั้งปัญหาการเมืองภายใน เหตุการณ์สึนามิในญี่ปุ่น รวมถึงน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 แต่พบว่าก็สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ FDI ยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง 

โดยนักลงทุนญี่ปุ่นยังคงเป็นกลุ่มที่เข้ามาลงทุนประเทศไทยมากเป็นอันดับ1 ทั้งนี้ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีการลงทุนทั้งสิ้น 4 พันโครงการ เม็ดเงินลงทุนกรวม 1.4 ล้านล้านบาท  เทียบกับจำนวนโครงการและเงินลงทุนของต่างชาติทั้งหมด 8.5 พันโครงการ 3.4 ล้านล้านบาท ตามลำดับ 

นายอุดม กล่าวว่า ขณะนี้มีหลายปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่สนใจของนักลงทุน ทั้งการเติบโตของเศรษฐกิจซึ่งปีนี้สภาพัฒน์คาดว่าจะขยายตัวที่ 4.5-5.5% ขณะที่การส่งออกและลงทุนจะขยายตัวที่ 10% และ 13% ตามลำดับ  การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ซึ่งจะทำให้ตลาดผู้บริโภคขยายตัวเพิ่มเป็น 600 ล้านคน ก็เป็นประเด็นให้ไทยในฐานะศูนย์กลางของภูมิภาคเป็นที่น่าสนใจมากขึ้น 

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยดึงดูดอย่าง การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2 ล้านล้านบาททั้งในระบบราง ถนน การขนส่งทางน้ำและการปรับปรุงด่านระหว่างประเทศให้การเชื่อมต่อการค้ากับเพื่อนบ้านสะดวก ความร่วมมือลงทุนระหว่างไทยและเมียนมาร์ในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกทวายมีการเชื่อมต่อกับท่าเรือแหลมฉบังซึ่งจะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งอย่างสมบูรณ์ การบริการจัดการน้ำจะสร้างความเชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่สร้างความเสียหายเหมือนปี 2554 อีก ก็จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน 

“ความพยายามขยายพื้นที่อุตสาหกรรมตามแผนเปิดนิคมอุตสาหกรรมอีก 10 แห่ง  ตลอดจนแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของไทยที่มุ่งไปสู่อุตสาหกรรมที่ใช้ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูงจะดึงดูดให้มีการลงทุนใหม่ๆ เข้ามา” นายอุดม กล่าว 

เลขาธิการ บีโอไอ กล่าวว่า สำหรับร่างยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่หลังจากรับฟังความคิดเห็นของนักลงทุนเพิ่มเติม และต้องฟังความเห็นของหน่วยงานราชการโดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจทุกกระทรวงเพิ่มเติมคาดว่าจะสามารถได้ข้อสรุปและให้คณะกรรมการบีโอไอซึ่งมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานได้พิจารณาและประกาศใช้ในช่วงกลางปีนี้ โดยตามยุทธศาสตร์ใหม่กระทบนักลงทุนญี่ปุ่นค่อนข้างน้อยเนื่องจากส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจที่เป็นเป้าหมายที่บีโอไอให้การส่งเสริมตามยุทธศาสตร์ใหม่ 

“นักลงทุนญี่ปุ่นเข้าใจเกี่ยวกับการปรับยุทธศาสตร์ใหม่และเห็นด้วยกับกรอบใหญ่เช่นเรื่องการปรับสิทธิประโยชน์ แต่ต้องการความชัดเจนเรื่องเขตการลงทุน ซึ่งได้ชี้แจงไปแล้วว่าหากนักลงทุนรวมกลุ่มคลัสเตอร์หรือเป็นกิจการที่ใช้เทคโนโลยีสูงมีการวิจัยและพัฒนาก็ได้รับการส่งเสริมเช่นเดิม” นายอุดม กล่าว 

ด้านนายชิเกะคาซึ ซาโต เอกอัคราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจจากเหตุการณ์น้ำท่วมได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อุตสาหกรรมยานยนต์สามารถกลับมาผลิตและเติบโตได้อย่างรวดเร็วติดอันดับ 9 ในโลก โดยประเทศญี่ปุ่นมีนักลงทุนเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยสูงถึง 90% มีมูลค่าการค้า การลงทุน 15% โดยขอให้รัฐบาลไทยให้การส่งเสริมการลงทุนจากญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมองว่าไทยสามารถเป็นฐานการดำเนินธุรกิจที่สำคัญทั้งในภูมิภาคอาเซียนและในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง(GMS) ส่วนที่รัฐบาลไทยร่วมมือกับรัฐบาลเมียร์ม่าร์ในการพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายนั้นทางญี่ปุ่นยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มความสามารถ

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ