
แนวก่อสร้างสายสีแดงยังวุ่นเหตุผู้บุกรุกเพิ่ม
สายสีแดงยังไม่เคลียร์ ผู้บุกรุกในเส้นทางก่อสร้างเพิ่มเท่าตัว ร.ฟ.ท.เล็งของบชดเชยเพิ่ม
สายสีแดงยังไม่เคลียร์ ผู้บุกรุกในเส้นทางก่อสร้างเพิ่มเท่าตัว ร.ฟ.ท.เล็งของบชดเชยเพิ่ม
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อรังสิต ว่า ขณะนี้ยอมรับว่ายังมีปัญหาการื้อย้ายผู้บุกรุกที่ดินรถไฟที่อยู่ในแนวเส้นทางการก่อสร้าง ซึ่งมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เคยสำรวจไว้ในอดีต พบว่ามีจำนวนผู้บุกรุกประมาณ 500 ราย แต่ปัจจุบันจำนวนผู้บุกรุกเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 กว่าราย ซึ่งหากปล่อยไว้นานกว่านี้ก็จะเพิ่มขึ้นไปอีก
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องขอวงเงินงบประมาณในการชดเชยให้กับผู้บุกรุกที่ต้องรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างออกจากแนวพื้นที่การก่อสร้างเพิ่มเติม รวมทั้งจะใช้วิธีพิเศษจ้างผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการย้ายผู้บุกรุกด้วย อย่างไรก็ตามปัญหาผู้บุกรุกไม่น่าจะทำให้โครงการล่าช้าไปจากกำหนด การเดิม
นายประภัสร์ กล่าวอีกว่า ได้ลงนามสัญญาจ้างงานบริการที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างกับบริษัท ทีม แอสโซซิเอชั่น มูลค่าสัญญารวม 1,417 ล้านบาท แบ่งเป็น ควบคุมงานก่อสร้าง 1,378 ล้านบาท และงานควบคุมงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมรถตู้ไฟฟ้า ช่วงบางซื่อตลิ่งชัน มูลค่า 89 ล้านบาท
สำหรับการทุบเสาตอม่อเดิมของโครงโฮปเวลล์ ทางผู้รับเหมาจะเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด โดยที่ผ่านมาได้มีการศึกษาไว้แล้วว่าจะใช้ฐานรากเดิมประมาณ 50% แต่ก็จะต้องพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากต้องเพิ่มพื้นที่รองรับรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ด้วย จึงยังไม่สรุปว่าในที่สุดแล้วจะใช้เท่าไหร่ แต่มั่นใจว่าฐานรากเดิมจะรองรับการก่อสร้างรถไฟฟ้าในเส้นทางต่างๆ ได้แน่นอน เพราะทำไว้เพื่อรองรับหลายโครงการภายใต้โครงการเดียวอยู่แล้ว เช่น ทางด่วน รถไฟชานเมือง และรถไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงจำนวนรางจาก 3 เป็น 4 ราง จะต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมอีกครั้ง และคาดว่าในเดือน เม.ย.นี้จะชัดเจน และเปิดซองด้านเทคนิคของบริษัทเอกชนที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นได้
นอกจากนั้น นายประภัสร์ กล่าวว่า ได้เจรจากับ นายอัยยณัฐ ถินอภัย ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ในการสร้างทางด่วนและการอำนวยความสะดวกให้เชื่อมกับโครงการสายสีแดง ช่วงบางซื่อรังสิต เนื่องจากหากไม่ประสานงานกันจะทำให้การจราจรบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตติดขัดหนักกว่าเดิม
ทั้งนี้ ได้เจรจาให้การก่อสร้างเส้นทางด่วนศรีรัชวงแหวนรอบนอก ให้ทำเส้นทางที่เชื่อมไปยังจุดอื่นได้อีก เพื่อไม่ให้ปริมาณรถช่วงหมอชิตกระจุกตัว ซึ่งหากไม่เร่งประสานงานตั้งแต่เบื้องต้น จะเกิดกรณีเดียวกับเส้นทางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ ที่การจราจรกระจุกตัวในบริเวณที่เป็นสถานีใหญ่ และส่งผลกระทบต่อการจราจรในบริเวณนั้นทั้งหมด







