
จับตาเงินร้อน-ภาระหนี้ป่วนอสังหาฯ ไตรมาส 2
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
แม้ว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยจะร่วงลงมาอย่างแรง แต่ถ้าประเมินภาพรวมกันทั้งไตรมาสแรกต้องยอมรับว่าตลาดหุ้นไทยมีความร้อนแรงมาก มากจนลากเอาอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่วงจรของเงินร้อนเที่ยวนี้ด้วย เพราะเงินจากเศรษฐีหุ้นรายใหม่จำนวนไม่น้อยได้ไหลมาลงทุนในตลาดคอนโดมิเนียมจนถูกจับตามอง แต่ในทางตรงข้ามตลาดบ้านแนวราบที่ใครๆ ว่าจะกลับมา กลับยังฟื้นตัวได้ไม่ดีนัก
สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า การเปิดตัวโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลไตรมาสแรก คอนโดมิเนียมยังครองแชมป์ โดยเบื้องต้นมีคอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่ประมาณ 50 โครงการ รวม 2 หมื่นหน่วย ซึ่งถือว่าค่อนข้างมาก ส่วนบ้านจัดสรรแม้จะเปิด 50 โครงการใกล้เคียงกัน แต่จำนวนหน่วยมีเพียง 7,500 หน่วย
ทั้งนี้ ประเมินว่าผู้ประกอบการจะทยอยเปิดตัวบ้านแนวราบโครงการใหม่ๆ ในช่วงหลังสงกรานต์ เพราะทุกค่ายต่างมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการแนวราบเพิ่มขึ้นในปีนี้ ส่วนคอนโดมิเนียมหวังว่าผู้ประกอบการจะชะลอการเปิดตัวเพื่อลดความร้อนแรง ช่วงที่ตลาดหุ้นร้อนแรงทำให้มีเงินบางส่วนไหลมาเก็งกำไรในคอนโดมิเนียมมากขึ้น
อิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเปิดตัวบ้านแนวราบโครงการใหม่ค่อนข้างช้ากว่าที่มีการประเมินไว้ว่าไตรมาสแรกปีนี้จะได้เห็นความเคลื่อนไหวที่คึกคักของตลาดบ้านแนวราบเป็นเพราะอุปสรรคในการเตรียมโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการหาผู้รับเหมา การปรับหน้าดิน กลายเป็นงานยากตั้งแต่หลังน้ำท่วมปลายปี 2554 จนถึงเวลานี้สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย
ขณะที่ สุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป กล่าวว่า บรรยากาศการซื้อขายช่วงเดือน มี.ค. ดีขึ้นมาก จนถือว่าทำเลตะวันตกที่เคยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฟื้นตัวมาแล้ว 7080% ซึ่งเป็นผลจากการที่งานก่อสร้างรถไฟฟ้าคืบหน้ามาก จึงเพิ่มความเชื่อมั่นได้มาก โดยบ้านระดับราคา 24 ล้านบาท ช่วงนี้มาแรงมาก.
แต่ประเด็นที่ต้องจับตามองเป็นเรื่องภาระของผู้จะซื้อบ้านเวลานี้สูงมาก ทำให้กู้ได้น้อยลง ต้องหาผู้กู้ร่วมมากขึ้น โดยจากการสำรวจผู้จองบ้านในโครงการ พบว่า ผู้จะซื้อบ้านมีภาระหนี้สูงมาก เช่น หนี้จากรถคันแรก หนี้จากการไปซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อลงทุน ทำให้เมื่อต้องการซื้อบ้านอยู่จริง จึงกู้ได้น้อยลง
ด้านประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ไตรมาสแรกปีนี้ถือว่าดีมาก คาดว่าจะปิดตัวเลขยอดขายได้ประมาณ 1.11.2 หมื่นล้านบาท เติบโตจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหลายเท่าตัว โดยบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ทุกกลุ่มเติบโต มียอดขายรวมกว่า 5,000 ล้านบาท ส่วนคอนโดมิเนียมที่เปิดตัว 2 โครงการแรกของปีนี้ ฟิวส์ จันทน์สาทร และพลัม พหลโยธิน 89 ก็ตอบรับดีมาก
ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าตลาดไม่ได้หวือหวา แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ทุกรายล้วนปรับตัว กระจายทำเล ขยายไปยังทำเลใหม่ หาตลาดใหม่ๆ ทำให้ยอดขายรายใหญ่ล้วนเติบโต อีกทั้งการที่รายเล็กในตลาดมีความเคลื่อนไหวน้อยลง ยิ่งเป็นผลให้รายใหญ่กลืนกินส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น
ความคิดเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับ อุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า คอนโดมิเนียมทุกเซ็กเมนต์ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ภูเก็ต ขอนแก่น มียอดขายที่ดีมาก ซึ่งจะเห็นว่าผู้ประกอบการเริ่มหาทำเลใหม่ๆ เช่น จังหวัดใหม่ๆ หรือแม้แต่ทำเลใหม่ๆ ในกรุงเทพฯ อย่างย่านชุมชนเก่า เช่น พรานนก ไม่ได้เกาะรถไฟฟ้า แต่ก็ปิดการขายได้เร็วเช่นกัน ซึ่งคาดว่ายอดขายไตรมาสแรกปีนี้จะอยู่ที่ 2.15 หมื่นล้านบาท
ตลาดบ้านในไตรมาสแรกแม้จะผ่านไปด้วยดี แต่ก็มีสัญญาณที่ต้องจับตาไม่ว่าเรื่องของเงินร้อนที่ไหลเข้าสู่ตลาดคอนโดจะไหลกลับไปหรือไม่ในภาวะที่ตลาดหุ้นเริ่มผันผวน และภาระหนี้ของผู้ซื้อที่มีเพิ่มมากขึ้น ถ้าไม่ระวังไว้ให้ดีๆ อาจจะมีเรื่องเสียวๆ ให้ต้องลุ้นเหมือนกัน







