
ส่งออกยานยนต์คาดแตะ1.7ล.คัน
สูงกว่าที่คาดไว้ที่1.4ล้านคัน มั่นใจศก.โลกดันยอดออร์เดอร์
โพสต์ทูเดย์
— อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน มั่นใจส่งออกไม่กระทบ คาดยอดส่งออกอาจทะลุ 1.7 ล้านคันนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และนายยงเกียรติ์ กิตะพาณิชย์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ ร่วมกันเปิดเผยว่า ตามที่สมาคมได้ประเมินยอดการผลิตรถยนต์ในปีนี้ไว้ที่ 1.4 ล้านคัน แบ่งเป็น 75% ผลิตเพื่อการส่งออก ในจำนวนนี้ 70% เป็นรถกระบะ 5% เป็นรถกระบะดัดแปลงหรือพีพีวี และอีก 25% เพื่อการใช้ในประเทศ
ทั้งนี้ จากยอดส่งออกรถยนต์ในช่วงเดือน ม.ค. และ ก.พ. ที่ผ่านมา พบว่ามีอัตราการเติบโตถึง 68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ดังนั้นทางสมาคมจึงมั่นใจว่ายอดการผลิตรถยนต์ในปีนี้จะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้อย่างแน่นอน
“
ภาคเอกชนเมื่อเห็นยอดการส่งออกที่ดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกแล้ว ก็คาดการณ์ต่อไปได้ว่ายอดการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะทะลุเป้าไปอยู่ที่ 1.7 ล้านคันในปีนี้” นายสุรพงษ์ กล่าวสำหรับยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยปีนี้ทางสมาคมตั้งเป้าเติบโตไว้เพียง 10% หลังจากประเมินสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะสั้น ซึ่งหากไม่มีปัญหาทางการเมืองแล้ว คาดว่ายอดขายในประเทศไทยจะเติบโตได้ถึง 1520%
ด้านอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยนั้น จะเติบโตตามยอดการผลิตรถยนต์ในประเทศไทย หากมีการสั่งซื้อมากชิ้นส่วนก็ขายได้มาก ซึ่งในขณะนี้ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
สำหรับการจัดงานแสดงสินค้ายานยนต์ ชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง 2553 ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 4 พบว่าได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการต่างประเทศเป็นอย่างดี โดยมีผู้ประกอบการจากต่างประเทศสนใจออกบูธในงานดังกล่าวถึง 140 บูธ และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงาน 1.6 หมื่นราย เป็นชาวต่างชาติ 30% ภายใต้เงื่อนไขว่าประเทศไทยไม่มีความรุนแรง แต่ถ้ามียอดเข้าชมจะลดลงเล็กน้อย
“
ปัญหาที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ ประเทศจีนที่กำลังพัฒนาอุตสาห กรรมยานยนต์ แต่ในขณะนี้มุ่งผลิตเพื่อใช้ในประเทศ หรือประมาณ 13 ล้านคัน และหากผลิตจนรองรับความต้องการในประเทศได้แล้วจะหันมาส่งออก และจะกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของไทยในปี 2555” นายยงเกียรติ์ กล่าว






