ฮีโร่ยุคอุษาคเนย์...วีรบุรุษแบบไหนที่คนรัก
คุณมีฮีโร่ในดวงใจหรือเปล่า เขาหรือเธอเหล่านั้นเป็นใคร และคุณสมบัติอะไรที่ทำให้คนคนนั้นควรค่ากับคำว่า “วีรบุรุษ” หรือ “วีรสตรี”
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
คุณมีฮีโร่ในดวงใจหรือเปล่า เขาหรือเธอเหล่านั้นเป็นใคร และคุณสมบัติอะไรที่ทำให้คนคนนั้นควรค่ากับคำว่า “วีรบุรุษ” หรือ “วีรสตรี”
คำตอบของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันออกไป ถึงแม้จะอยู่ร่วมชาติเดียวกันก็อาจคิดไม่เหมือนกัน ยิ่งสมาชิกอาเซียน 10 ชาติ มุมมองต่อเรื่องนี้ก็ยิ่งหลากหลาย นิตยสารสารคดีได้จัดงานเสวนาสารคดี ทอล์ก ครั้งที่ 1 ในหัวข้อ My ASEAN Hero : ก้าวข้ามความขัดแย้งสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับฮีโร่อุษาคเนย์
ดุลยภาค ปรีชารัชช จากโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)เล่าย้อนประวัติศาสตร์ฮีโร่ของเมียนมาร์ ว่า การสร้างฮีโร่ของรัฐเป็นแบบ “คิดเก่า ทำใหม่” โดยอิงกับความเป็นนักรบ นักการทหาร ตั้งแต่สมัยบูรพกษัตริย์ในอดีต จนมาถึงจุดหักเหในช่วงที่อังกฤษคุกคาม จึงทำให้เกิดวีรบุรุษที่เป็นคนธรรมดา เพราะระบบกษัตริย์ล่มสลายไป อย่างนายพลอองซาน บิดาของนางออง ซาน ซูจี ซึ่งเป็นผู้นำเรียกร้องเอกราช และจัดตั้งกองทัพ
น่าสนใจว่า ชนชั้นนำเมียนมาร์ฉลาดในการเลือกใช้วีรชนที่น่าจะเป็นคุณแก่ตัวเอง วีรบุรุษบางคนถูกขับให้เด่น บางคนถูกกลบให้มัว โดยมีกองทัพเป็นแกนกลางในการสร้างรัฐ ซึ่งแนวคิดวีรบุรุษมีความจำเป็นในช่วงเวลาที่บ้านเมืองระส่ำระสาย ทุกวันนี้กระบวนการสร้างรัฐสร้างชาติของเมียนมาร์ยังไม่เสร็จ ยังมีการต่อสู้กับกลุ่มชาติพันธุ์ นี่จึงเป็นโจทย์ที่แหลมคมสำหรับนายกรัฐมนตรีเต็ง เส่ง ว่าจะใช้โมเดลอะไร ท่ามกลางสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปบนเส้นทางประชาธิปไตยและความปรองดอง
“โซอ่อง” ตัวแทนภาคประชาชนเมียนมาร์จากกลุ่มฟอรัม เดโมเครซี ฟอร์ เบอร์มา มองว่า เมียนมาร์ไม่ได้มีแค่ “อองซานซูจี”แต่ยังมีนักสู้อีกมาก ทั้งวีรบุรุษและวีรสตรี ทว่าน่าเป็นห่วงว่าใครจะเป็นผู้นำรุ่นใหม่ต่อจากนางซูจี และเมียนมาร์จะพัฒนาได้อย่างไร หากยังยึดติดกับนางซูจี
สำหรับฮีโร่ในความคิดของ โซ อ่อง ยกให้ “มิน โก นาย” ประธานสหพันธ์นักศึกษาพม่า ซึ่งอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนางซูจีในการปราศรัยทางการเมืองเป็นครั้งแรก แม้จะถูกจำคุกนานนับสิบปี และถูกจับกุมหลายครั้ง แต่ก็ยังคงเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นศิลปินและนักเขียน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศในระยะยาว
ข้ามฝั่งไปที่ฮีโร่ฉบับเวียดนาม มรกตวงศ์ ภูมิพลับ จากคณะศิลปศาสตร์ มธ. บอกว่า วีรบุรุษของเวียดนาม คนมักนึกถึง “โฮจิมินห์” ทั้งที่มีวีรบุรุษและวีรสตรีมากมาย แต่ลุงโฮเป็นวีรบุรุษชาตินิยม และอยู่ในทุกอณูของชีวิตชาวเวียดนามจนถึงปัจจุบัน
ผู้ที่กำหนดว่าใครจะเป็นวีรบุรุษ คือ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ซึ่งเลือกกดบุคคลที่มีความสามารถคนอื่นๆ เพื่อไม่ให้โดดเด่นกว่าลุงโฮ ประกอบกับประเทศสังคมนิยมจำเป็นต้องสร้างคนต้นแบบ ที่ใช้กระบวนการสร้างฮีโร่จากท้องถิ่น ทำให้โฮจิมินห์เป็นเทพบนดิน สอดคล้องกับลักษณะพื้นฐานของคนเวียดนาม และมีความประพฤติไม่ด่างพร้อย ทั้งรักเด็ก สมถะ เสียสละ ขณะที่ระยะหลังๆ เวียดนามเปิดโอกาสให้มีวีรบุรุษจากสามัญชน และสามารถเป็นฮีโร่ได้ทั้งเพศหญิงและชาย
ด้าน สิทธา เลิศไพบูลย์ศิริ อาจารย์พิเศษประจำโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มธ. เล่าถึงกรณีของฟิลิปปินส์ว่า รัฐบาลกำหนดให้ “โฮเซ่ ริซาล” เป็นฮีโร่อย่างเป็นทางการ และนำเรื่องราวไปบรรจุในแบบเรียน เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รู้ถึงการต่อสู้กับเจ้าอาณานิคมอย่างสเปน โดยใช้การต่อสู้ผ่านตัวอักษร แทนที่จะจับอาวุธขึ้นสู้ แต่ที่จริงแล้วมีวีรบุรุษหลายคน และแต่ละคนก็ส่งไม้ต่อกัน
ส่วนอินโดนีเซีย วีรบุรุษคือ “ซูการ์โน” ที่ถูกนำเสนอในแง่ความเป็นมนุษย์ ทั้งเจ้าชู้ เป็นศิลปิน และผู้นำที่หนุ่มอยู่เสมอ และปีที่แล้วรัฐบาลเพิ่งประกาศให้ซูการ์โนเป็นวีรบุรุษอย่างเป็นทางการ
เมื่อมองถึงการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน จึงมีคำถามว่าควรมีวีรบุรุษร่วมกันหรือไม่ โซ อ่อง มองว่า หากจะมีฮีโร่ร่วมกัน ก็ควรเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน
ขณะที่ ดุลยภาค ตั้งข้อสังเกตว่า บางครั้งวีรบุรุษก็อาจเป็นคนคนเดียวกับทรราช การจะหาต้นแบบฮีโร่ของอาเซียนก็น่าจะต้องหาคนที่มีมุมสีขาวมากกว่าดำ ทำอะไรในลักษณะภูมิภาคนิยมมากขึ้น
มรกตวงศ์ ตอบด้วยการย้อนถามว่า เราจะมีฮีโร่อาเซียนไปเพื่ออะไร หากมีแล้วเข้มแข็งขึ้นก็อาจจำเป็น แต่ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลายของประเทศสมาชิก เราอาจจะต้องดึงคนที่ทำงานในภาคประชาชน หรือฮีโร่ของบางประเทศที่อาจจะต่างอุดมการณ์กับตัวเอง แต่ใส่ใจผลประโยชน์และสิทธิของผู้คนอย่างแท้จริง


