
แบ็ก ทู เดอะ รูทส์ สำเร็จได้กับหาร : "9jvpvfT6idb0"
โดย...ลภัสรดา ภูศรี
โดย...ลภัสรดา ภูศรี
หนึ่งในเคล็ดลับที่จะบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ คือ การรู้จัก “ต่อยอด” หรือการนำปัจจัยทางธุรกิจที่มีอยู่มาเพิ่มความคิดสร้างสรรค์จนสามารถแตกหน่อเป็นธุรกิจใหม่ที่ตอบสนองตลาดได้ตรงจุดมากขึ้น
และหากกล่าวถึงธุรกิจที่ปฏิบัติตามกลยุทธ์นี้จนสำเร็จ คงมีชื่อว่า “แบ็ก ทู เดอะ รูทส์” หรือธุรกิจขายชุดปลูกเห็ดจากกากกาแฟในกล่อง ของ นิกฮิล อะโรรา และอเล็กซ์ วาเลซ สองหนุ่มเพื่อนซี้ดีกรีนักศึกษามหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ในสหรัฐ ติดโผแน่นอน
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 จุดเริ่มต้นของแบ็ก ทู เดอะ รูทส์ เกิดขึ้นหลังจากทั้งสองคนได้ยินประโยคที่ว่า “กากกาแฟสามารถปลูกเห็ดได้” ในชั้นเรียนธุรกิจ ทั้งคู่จึงลงมือนำกากกาแฟเหลือทิ้งมาทดลองปลูกเห็ดเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีทันที
หลังจากนั้น 10 วัน 1 ใน 10 แปลงเห็ดทดลองออกช่อเห็ดนางฟ้าสวยงาม ทั้งคู่จึงรีบนำแพ็กเห็ดดังกล่าวไปให้ร้านอาหารชื่อดังในเมืองนำไปทดลองปรุงอาหารเพื่อชิม ซึ่งปรากฏว่าทางร้านชอบมาก เพราะเห็ดมีรสชาติเฉพาะตัวและไม่มีรสหรือแม้แต่กลิ่นของกาแฟเลย จึงเสนอซื้อเห็ดจากทั้งสองหนุ่มเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในร้านทันที
จากเหตุการณ์นี้ อะโรราและวาเลซจึงปิ๊งไอเดียทำฟาร์มเพาะเห็ดจากกากกาแฟ โดยทั้งคู่นำเงินที่ได้จากการชนะการแข่งขันนวัตกรรมปลูกพืชแนวใหม่ของมหาวิทยาลัย 5,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.5 แสนบาท) มาเป็นทุนตั้งต้น ซึ่งถือว่าเพียงพอ เนื่องจากกากกาแฟนั้นเป็นสิ่งเหลือทิ้งที่หาได้ทั่วไป
และที่สำคัญทั้งคู่ไม่จำเป็นต้องมีห้องฆ่าเชื้อ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับฟาร์มเพาะเห็ดจากดินทั่วไป เนื่องจากกากกาแฟผ่านการฆ่าเชื้อจากการลวกน้ำร้อนมาแล้ว ทำให้ต้นทุนการทำธุรกิจฟาร์มเพาะเห็ดของทั้งคู่เหลือเพียงการซื้อก้อนเชื้อเห็ด เช่าโกดังสินค้าสำหรับเพาะเห็ด และซื้อรถตู้ใช้จัดส่งสินค้าเท่านั้น
หลังจากนั้นไม่นาน ร้านอาหารหลายแห่งก็เข้ามาติดต่อรับซื้อเห็ดอย่างล้นหลาม จนสองเพื่อนซี้ส่งสินค้าไม่ทัน ทว่าทั้งคู่ก็ไม่ท้อ โดยลุยพลิกวิกฤตมาเป็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ ด้วยการใส่ไอเดียเพิ่มเติมจนออกมาเป็น “ชุดปลูกเห็ดสำเร็จรูป” เพื่อวางขายแทนการจัดส่งเห็ดนางฟ้าสดจากการเพาะเอง
เรียกได้ว่าชุดปลูกเห็ดหรือห่อกากกาแฟที่ผสมกับหัวเชื้อเห็ดนางฟ้าที่ถูกบรรจุภายในกล่องกระดาษรีไซเคิลที่มีช่องด้านหน้าเจาะรูไว้พรมน้ำนั้นได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีร้านอาหารต่างๆ ทั่วสหรัฐ ตลอดจนร้านสะดวกซื้อชื่อดังกว่า 2,500 แห่ง ทั้งในสหรัฐ แคนาดา และฮ่องกง ติดต่อขอรับไปวางขาย
นอกจากนี้ กลุ่มลูกค้ารายย่อยก็สนใจนำไปปลูกเห็ดด้วยตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะเพียงแค่พรมน้ำ 2 ครั้งต่อวันตลอด 10 วัน เห็ดนางฟ้าจะเติบโตพร้อมรับประทานในปริมาณเกือบ 1 กิโลกรัมต่อครั้ง ซึ่งแต่ละชุดสามารถให้ผลผลิตได้ 23 ครั้ง ในราคากล่องละ 20 เหรียญสหรัฐ (ราว 600 บาท) เท่านั้น
โดยหากไม่คำนวณรวมจากการจัดส่งสินค้าไปยังร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ ในปัจจุบัน แบ็ก ทู เดอะ รูทส์ สามารถขายชุดปลูกเห็ดสำเร็จรูปได้มากถึง 1.5 หมื่นกล่องต่อสัปดาห์ ขณะที่มีลูกค้าติดต่อซื้อผ่านทางเว็บไซต์อีกราว 2,000 กล่อง โดยผลประกอบการเมื่อปี 2012 แตะ 5.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 162 ล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากเมื่อปี 2011 ที่ 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 42 ล้านบาท)
แม้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แบ็ก ทู เดอะ รูทส์ ยังเดินหน้าสร้างสรรค์ชุดปลูกพืชผักสวนครัวอื่นๆ เช่น มะเขือเทศ ใบกะเพรา ฯลฯ จากกากกาแฟในกล่องแบบสำเร็จรูปเพื่อต่อยอดเพิ่มเติมอีกด้วย
และเมื่อถามถึงเคล็ดลับการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ สองหนุ่มนักธุรกิจก็ให้คาถา 3 คำ คือ “ลงมือ ใจรัก และตั้งเป้าหมาย”
“อย่างแรกเลย คุณต้อง ‘ลงมือทำ’ เพราะคงไม่มีอะไรสำเร็จขึ้นมาได้ หากแค่คิดอย่างเดียว และสอง คุณต้อง ‘รัก’ ในธุรกิจของคุณ เพราะผมเชื่อว่าสิ่งที่เกิดจากความรักจะมีคุณภาพดีทุกอย่าง และสุดท้ายคือ ‘ตั้งเป้าหมาย’ เลือกทำในสิ่งที่คุณถนัด และทำมันให้ดีกว่าคนอื่น เพียงเท่านี้ความสำเร็จก็ไม่ไกลเกินเอื้อม” อะโรราและวาเลซ กล่าวทิ้งท้าย







