
รัฐเพิ่งตื่นหันช่วยธุรกิจเล็ก
คลอด 5 มาตรการเอื้อรับมือ 300 บาทฝันไกลเสริมแกร่งขยายตลาด
คลอด 5 มาตรการเอื้อรับมือ 300 บาทฝันไกลเสริมแกร่งขยายตลาด
กสอ.อัด 5 มาตรการช่วยเอสเอ็มอีตั้งรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท
นายโสภณ ผลประสิทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า กสอ.ได้เพิ่ม 5 มาตรการเพื่อสนับสนุนและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในแต่ละอุตสาหกรรมให้สามารถปรับตัวรับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท/วัน ได้ตามนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
รายละเอียด 5 มาตรการส่งเสริมเอสเอ็มอีที่เพิ่มขึ้นมา ได้แก่ 1.มาตรการเพื่อเสริมสภาพคล่อง เพิ่มวงเงิน ลดต้นทุนทางการเงิน ผ่านกระบวนการให้สินเชื่อ เช่น มาตรการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในกิจการเสริมสร้างสภาพคล่องสถานประกอบการและเพิ่มผลผลิตแรงงาน มาตรการสินเชื่อเพื่อพัฒนาผลิตภาพการผลิต และมาตรการการค้ำประกันสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการใหม่
2.มาตรการลดต้นทุนผู้ประกอบการผ่านกระบวนการทางภาษีและเงินสมทบ เช่น มาตรการการลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม มาตรการการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลและมาตรการการนำส่วนต่างของค่าจ้างที่จ่ายเพิ่มขึ้นจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปีที่แล้วมาหักเป็นค่าใช้จ่ายก่อนชำระภาษี เป็นต้น
3.มาตรการเพิ่มผลิตภาพแรงงานให้ผู้ประกอบการ เช่น มาตรการการให้กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานในอัตราดอกเบี้ยต่ำ 0.1% เพื่อใช้ในการฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงานและมาตรการการจัดคลินิกพัฒนาฝีมือแรงงานเคลื่อนที่ไปยังสถานประกอบการต่างๆ
4.มาตรการเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการ โดยการทบทวนค่าใช้จ่ายของภาครัฐ เช่น มาตรการการปรับเพิ่มอัตราค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมสัมมนาของส่วนราชการ และ 5.มาตรการกระตุ้นและส่งเสริมการขายผ่านการบริโภค เช่น จัดคาราวานสินค้าราคาถูกไปจำหน่ายให้ลูกจ้างในสถานประกอบการ
พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเอสเอ็มอีต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ (จีดีพี) ไว้มากกว่า 40% ต่อจีดีพีประเทศ ภายใน 10 ปี ผ่านสองยุทธศาสตร์ คือ การเพิ่มขีดความสามารถของเอสเอ็มอีและสินค้าโอท็อปสู่สากล ภายใต้กรอบการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางและการสร้างโอกาสและรายได้แก่เอสเอ็มอีและเศรษฐกิจชุมชน ภายใต้กรอบการลดความเหลื่อมล้ำ
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพในการประสานงานกับหน่วยงานจากกระทรวงอื่น เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ดูแลด้านการวิจัยและพัฒนา กระทรวงศึกษาธิการที่ดูด้านการยกระดับคุณภาพความรู้และเพิ่มศักยภาพชุมชนผู้ประกอบการ กระทรวงพาณิชย์ดูด้านการค้าและการส่งออก กระทรวงการคลังดูการเข้าถึงแหล่งทุน รวมทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม เป็นต้น
นายโสภณ กล่าวด้วยว่า ปีนี้ถือเป็นปีทองของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เนื่องจากรัฐบาลมีการปรับแนวทางส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีใหม่ โดยนำเอาเทคโนโลยี (ไอที) เข้ามาใช้เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน รวมทั้งการทำวิจัยและพัฒนา







