posttoday
ติงลดดอกหนี้ครัวเรือนปูด

ติงลดดอกหนี้ครัวเรือนปูด

22 มีนาคม 2556

แห่ซื้ออสังหาฯ ทำหนี้ส่วนบุคคลพุ่งกระฉูด.

แห่ซื้ออสังหาฯ ทำหนี้ส่วนบุคคลพุ่งกระฉูด.

ห่วงดอกเบี้ยขึ้นเร่งให้เป็นเอ็นพีแอล. กสิกรไทย ชี้ดันทุรังลดดอกเบี้ย อีก 2 ปี หนี้ครัวเรือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 30% ต่อจีดีพี

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ในระยะ 2 ปีข้างหน้าเริ่มน่ากังวลว่าหนี้ภาคครัวเรือนจะปรับตัวสูงสุดในประวัติการณ์ที่ 30% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จากปัจจุบันหนี้อยู่ที่ 24%

ทั้งนี้ ในจำนวนนี้เป็นหนี้ที่เกิดจากการกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยสูงสุด เนื่องจากการแข่งขันสินเชื่อบ้านของธนาคารพาณิชย์สูง ประกอบกับดอกเบี้ยต่ำ ธนาคารบางแห่งให้ดอกเบี้ยกู้บ้าน 0% นาน 612 เดือน

นายเชาว์ กล่าวว่า หากจำแนกเฉพาะสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยต่อจีดีพีในปี 2555 อยู่ที่ระดับ 19.9% ต่อจีดีพี ถือว่าอยู่ในระดับสูงสุด ซึ่งมีโอกาสขยับขึ้นได้อีกปีละ 0.51% เท่ากับ 2 ปีข้างหน้าเฉพาะสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยก็จะอยู่ที่ 22% ต่อจีดีพี เมื่อคนมีภาระหนี้มาก โดย 1 ใน 4 ของรายได้กลายเป็นภาระหนี้ และหากอนาคตดอกเบี้ยปรับตัวขึ้น ซึ่งมีโอกาสที่ระยะ 2 ปีจากนี้ดอกเบี้ยจะปรับขึ้น คนก็จะเกิดภาวะรัดเข็มขัด และจะเห็นสัญญาณหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ชัดเจน

“หนี้ที่มีการขยายตัวรวดเร็วจากดอกเบี้ยต่ำจะยังไม่เห็นเอ็นพีแอล แต่เอ็นพีแอลจะมาเมื่อดอกเบี้ยขยับขึ้น เพราะคนจำนวนหนึ่งจะรับภาระไม่ได้ ฉะนั้นเรื่องดอกเบี้ยนโยบายหากจะลดดอกเบี้ย ควรมองกลับไปที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ด้วย เพราะหนี้อสังหาริมทรัพย์เป็นส่วนหนึ่งของหนี้ครัวเรือน ถ้าลดดอกเบี้ยก็จะทำให้การก่อหนี้เร็วขึ้น ภาระหนี้จะใหญ่มากเป็นประวัติการณ์ ทางการต้องพิจารณาเรื่องนี้ด้วย” นายเชาว์ กล่าว

นายเชาว์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ไม่มีภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ หากฟองสบู่หมายถึงราคาที่ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐาน เพียงแต่ขณะนี้ไลฟ์สไตล์คนเปลี่ยน ความต้องการอยู่อาศัยคอนโดมิเนียมมีอยู่จริง สะท้อนจากจำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียน และจำนวนที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540

อย่างไรก็ดี การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลปี 2555 อยู่ที่ 156,317 ยูนิต แต่จำนวนที่อยู่อาศัยที่เปิดใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ที่ 102,446 ยูนิต สะท้อนจากการโอนกรรมสิทธิ์ได้ว่าคนต้องการอยู่จริง โดยตัวเลขจำนวนที่อยู่อาศัยที่เปิดใหม่ในกรุงเทพ และปริมณฑลปีที่ผ่านมาถือว่าสูงสุดในรอบ 15 ปี และเป็นครั้งที่ 2 ที่การสร้างที่อยู่อาศัยแตะระดับ 1 แสนยูนิต โดยครั้งแรกคือปี 2543 สร้างเสร็จ 105,707 ยูนิต แต่ก็ถือว่าต่ำกว่าก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ในปี 2538 มีที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ในกรุงเทพและปริมณฑล 190,315 ยูนิต และปี 2539 จำนวน 131,815 ยูนิต

ทั้งนี้ ในส่วนศักยภาพของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์นั้นถือว่าดีขึ้น การกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ลดลง ผู้ประกอบการมีทางเลือกในด้านอื่น เช่น ออกหุ้นกู้ ทำให้ยอดคงค้างสินเชื่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ปี 2555 อยู่ที่ 4% ต่อจีดีพี หรือประมาณ 2 แสนล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ