
นายกฯถกอุ้มเอสเอ็มอีวันนี้
เปิดเอกชนส่งตัวแทนพร้อมลุยทำเนียบฯระดมทีมศก.ร่วมรับฟังผลกระทบ
เปิดเอกชนส่งตัวแทนพร้อมลุยทำเนียบฯระดมทีมศก.ร่วมรับฟังผลกระทบ
สมาคมเอสเอ็มอี ได้คิวถกนายกฯ วันนี้ แจ้งผลกระทบค่าจ้าง 300 บาท ขอตั้งกองทุนช่วยด่วน
นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (เอสเอ็มอี) เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 มี.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เปิดโอกาสให้สมาคมส่งตัวแทนเข้าร่วมหารือถึงผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยฝ่ายของรัฐบาลจะมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง และนายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม ร่วมหารือด้วย
ข้อเสนอของสมาคมที่จะนำเข้าหารือครั้งนี้ ในรายละเอียดทั้งหมดได้ส่งไปให้รัฐบาลก่อนหน้านี้แล้ว โดยยืนยันจะผลักดันให้รัฐบาลยอมตั้งกองทุนชดเชยค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับเอสเอ็มอีทั้งระบบที่ประสบปัญหาด้านเงินทุนหมุนเวียนอยู่ในเวลานี้ เนื่องจากเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินจากสถาบันการเงินในระบบได้ เพราะสถาบันการเงินก็เป็นห่วงในเรื่องหนี้เสียเช่นกัน จึงจำกัดเรื่องการปล่อยสินเชื่อ
“เราพยายามขอเข้าไปหารือกับนายกฯ มาตลอด เพื่อสะท้อนปัญหาให้ฟัง กระทั่งครั้งนี้ได้รับการติดต่อจากนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ว่า นายกฯ ให้เข้าพบได้ตั้งแต่ 9 โมงเช้าไปถึงเกือบเที่ยง ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะหากนายกฯ ได้มาฟังปัญหาโดยตรง และมีเวลาให้อย่างเต็มที่ เชื่อว่าจะทำให้ตัดสินใจเรื่องช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้เร็วขึ้น” นางเพ็ญทิพย์ กล่าว
นอกจากนี้ หลังจากหารือนายกฯ และคณะแล้ว สมาคมจะได้ลงนามบันทึกความเข้าใจที่จะร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับ 3 องค์กร เพื่อช่วยเหลือในการพัฒนา เสริมศักยภาพของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้แข็งแกร่งขึ้น ในภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศยังมี ความผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจโลก และเตรียมพร้อมรองรับความเปิดเสรีภายใต้ข้อตกลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดย 3 องค์กร ประกอบด้วย 1.มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จะช่วยเหลือในการพัฒนาคุณภาพการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ
2.สภาวิชาชีพบัญชี จะช่วยเหลือในการฝึกอบรมการจัดทำระบบบัญชีให้ได้มาตรฐานสากล รองรับการเปิดเออีซีโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็น เพราะต่อไปการแข่งขันทางธุรกิจจะเป็นไปอย่างเข้มข้น อาจมีการรวมธุรกิจ หรือหาพันธมิตรเพิ่ม การมีระบบบัญชีที่ได้มาตรฐานจะสร้างความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างมาก และ 3.สมาคมซอฟต์แวร์ จะเข้ามาช่วยเหลือในการส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำธุรกิจให้มากขึ้น เพื่อความทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน







