
เจาะตลาดหาช่องลงทุน
วันนี้มาดูโอกาสการทำธุรกิจใน 4 ประเทศกลุ่ม CLMV หรือ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม กันบ้าง
โดย...สมหทัย โมสิกะ
วันนี้มาดูโอกาสการทำธุรกิจใน 4 ประเทศกลุ่ม CLMV หรือ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม กันบ้าง
สำหรับดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง “เมียนมาร์” สมเกียรติ ศิริชาติไชย กรรมการธนาคารกสิกรไทย แจกแจงว่า มีจุดเด่นที่น่าสนใจ คือ ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ โดดเด่นด้านทำเลภูมิศาสตร์ อยู่ใกล้กับจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพเติบโตสูง
นอกจากนี้ เมียนมาร์ยังเป็นตลาดใหญ่ ด้วยประชากรประมาณ 60 ล้านคน และที่น่าสนใจมากก็คือ กว่า 50% อยู่ในวัยแรงงาน จึงเป็นประเทศที่มีทั้งผู้บริโภคและแรงงานมหาศาล
ท่ามกลางจุดแข็งก็มีจุดอ่อนที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่ กฎการลงทุนที่ยังไม่ชัดเจน แม้จะคลอดกฎหมายการลงทุนสำหรับต่างชาติฉบับใหม่แล้ว แต่ก็ยังต้องการกฎหมายลูกอีกหลายฉบับ ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าโครงสร้างพื้นฐานของประเทศยังไม่ดี ดังนั้นธุรกิจที่ต้องอาศัยความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานก็ยังไม่เหมาะเข้าไปลงทุนในตอนนี้
อีกหนึ่งจุดอ่อน คือ ต้นทุนการทำธุรกิจ ทั้งราคาที่ดินแพง หรือปัญหาที่พักไม่เพียงพอกับความต้องการของชาวต่างชาติ เป็นต้น
“มีโอกาสการลงทุนในเมียนมาร์ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงสูง ไม่อยากให้รีบกระโดดเข้าไปลงทุน”
สมเกียรติ ชี้ว่า หากเป็นการค้าขายสามารถทำได้ทันที เพราะสินค้าไทยได้รับความนิยมจากชาวเมียนมาร์มาก อีกทั้งอาจไปลงทุนหาพื้นที่ทำการเกษตร เพื่อส่งวัตถุดิบกลับมาประเทศไทย หรือทำธุรกิจส่งเครื่องจักรกลทางการเกษตรเข้าไปขายในตลาดเมียนมาร์ เพราะที่นั่นกำลังต้องการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ขณะที่ธุรกิจก่อสร้าง ขายวัสดุก่อสร้าง หรือลงทุนในภาคพลังงานและไฟฟ้า ก็มีโอกาสดีเช่นกัน
ส่วนประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงอย่าง สปป.ลาว และ กัมพูชา สมเกียรติ วิเคราะห์ว่า เป็นตลาดที่ไม่ใหญ่นัก เพราะมีประชากรน้อย หากเข้าไปตั้งโรงงานผลิตเพื่อขายตลาดท้องถิ่นเพียงอย่างเดียวจะไม่คุ้ม แต่ทั้งคู่มีจุดเด่นคือ ค่าแรงถูก ดังนั้นอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้น เช่น เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ สามารถย้ายฐานไปเพื่อผลิตและส่งออก โดยใช้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี GSP ส่งสินค้าไปตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้
ทั้งสองประเทศมีกฎหมายการลงทุนและระบบภาษีที่ชัดเจนกว่าเมียนมาร์ ขณะที่ต้นทุนการทำธุรกิจและราคาที่ดินต่ำกว่า และมีความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรม
สมเกียรติ แนะนำว่า ธุรกิจพลังงานเหมาะเข้าไปลงทุนในลาว เพราะเป็นประเทศที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์มีเขื่อนผลิตไฟฟ้าเยอะ ขณะเดียวกันทั้งสองประเทศก็ยังต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอีกมาก จึงเป็นโอกาสที่ดีของธุรกิจก่อสร้างด้วย
สำหรับ เวียดนาม สมเกียรติ วิเคราะห์ว่า เป็นตลาดใหญ่ มีศักยภาพน่าจับตามอง โดยเฉพาะการส่งออกสามารถแข่งขันกับไทยได้ ส่งออกสินค้าคล้ายกัน แต่ค่าแรงยังถูกกว่าหลายเท่าตัว
ธุรกิจไทยสามารถตั้งโรงงานผลิตสินค้าป้อนทั้งตลาดในประเทศและส่งออกได้ หรืออาจเข้าไปทำธุรกิจเทรดดิง โมเดิร์นเทรด ค้าขายสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะกำลังซื้อในประเทศเวียดนามมีมากพอ
อย่างไรก็ตาม สมเกียรติ เตือนว่า เวียดนามมีจุดอ่อนเรื่องเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน นโยบายเศรษฐกิจไม่ชัดเจนและขาดเสถียรภาพ มีปัญหาหนี้ภาคธนาคารสูง ซึ่งหากรุนแรงขึ้นอาจกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ ทำให้ตอนนี้เวียดนามน่าจะเหมาะกับการเข้าไปทำการค้ามากกว่าไปลงทุนขนาดใหญ่







