posttoday
ไปดูของจริงจะได้รู้จริงๆ

ไปดูของจริงจะได้รู้จริงๆ

15 มีนาคม 2556

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ได้นำเสนอรายงานว่า มีผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอี ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าแรง 300 บาท แค่ 204 ราย คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 0.01% จากเอสเอ็มอีที่มีกว่า 2 ล้านรายทั่วประเทศ

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ได้นำเสนอรายงานว่า มีผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอี ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าแรง 300 บาท แค่ 204 ราย คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 0.01% จากเอสเอ็มอีที่มีกว่า 2 ล้านรายทั่วประเทศ

ตัวเลขดังกล่าว ถือว่าน้อยมาก จากก่อนหน้านี้ ที่มีตัวแทนผู้ประกอบการ ออกมาบอกว่า มีเอสเอ็มอี ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงไม่ต่ำกว่าแสนราย พร้อมกับข่าวการปิดโรงงานขนาดเล็กในต่างจังหวัด ก็มีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ข่าวดังกล่าวค่อนข้างสับสน ซึ่งไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่สภาอุตสาหกรรม หรือไม่

อีกด้านหนึ่ง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมเอสเอ็มอี ของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกมาเปิดเผยว่า มีเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบกว่า 4,000 ราย โดยกรมได้หามาตรการช่วยเหลือ ด้วยการดึงสถาบันการเงินต่างๆ เข้ามาสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งจัดโครงการต่างๆ เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรเร่งทำความจริงให้ปรากฏ ด้วยการลงพื้นที่สำรวจอย่างจริงจัง เพราะข้อมูลที่สวนทางกันเช่นนี้ ทำให้ผู้บริหารหอการค้า มองว่า คงไม่สามารถผลักดันให้รัฐบาลช่วยเหลือ โดยเฉพาะการตั้งกองทุนชดเชยส่วนต่างค่าแรง ตามที่ผู้ประกอบการเสนอมาได้

ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ให้สัมภาษณ์ว่าได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมให้การช่วยเหลือเอสเอ็มอีอย่างเต็มที่ แต่มาตรการต่างๆ ที่ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอไป ยังไม่ได้รับการพิจารณา จึงไม่รู้ว่ารัฐบาลจริงใจในการแก้ปัญหามากน้อยเพียงใด

ยิ่งเห็นการผลักดันโครงการ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เพื่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ด้วยการจัดนิทรรศการอย่างยิ่งใหญ่ โดยใช้งบประชาสัมพันธ์ค่อนข้างสูง และจะเดินหน้าจัดงานแบบเดียวกันนี้ในอีก 4 ภาคทั่วประเทศ เห็นแล้วก็สะท้อนใจ

ตอนนี้ลมหายใจของรัฐบาลคงเข้าออกเป็น 2 ล้านล้าน แต่ลมหายใจของผู้ประกอบการรายเล็กๆ กำลังรวยริน เพราะต้องดิ้นรนให้อยู่รอดกับต้นทุนที่สูงขึ้น

แน่นอนว่าสำหรับเจ้าของธุรกิจที่แท้จริง คงต้องสู้ต่อเพื่อให้ธุรกิจรอด ซึ่งหมายถึงพนักงานก็รอดด้วย ส่วนที่ตัดสินใจทิ้งธุรกิจ บางทีเจ้าของไปรอด แต่ที่ไม่รอดแน่ๆ คือลูกจ้าง แม้รัฐบาลจะอ้างว่าโครงการต่างๆที่จะเกิดขึ้นจากพรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน จะทำให้เกิดการจ้างงานหลายแสนตำแหน่ง ต้องดูกันต่อไปว่าผลประโยชน์ตกอยู่กับคนส่วนใหญ่ของประเทศจริงหรือไม่

ทางที่ดี หากรัฐบาลจะเดินหน้าจัดนิทรรศการ 2 ล้านล้านใน 4 ภาค ควรส่งทีมงานเข้าไปสำรวจพื้นที่อย่างจริงจัง โดยเฉพาะทีมเฉพาะกิจที่ดูแลผลกระทบจากนโยบาย 300 บาท ไปดูความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ว่าเขาต้องการอะไร ดูปัญหาที่แท้จริงที่เกิดขึ้น ดีกว่านั่งรอให้หน่วยงานต่างๆ นำเสนอข้อมูลมาให้ ซึ่งไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน

ที่สำคัญ รัฐบาลจะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุด ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง เป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้ทุกภาคส่วนแข็งแกร่ง สนับสนุนการเติบโตของประเทศไปพร้อมๆกัน

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย