posttoday
บิ๊กดุสิตธานีกางแผนปีงูเล็กเปิดโรงแรม 7 แห่งในต่างแดน

บิ๊กดุสิตธานีกางแผนปีงูเล็กเปิดโรงแรม 7 แห่งในต่างแดน

15 มีนาคม 2556

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

โรงแรมระดับหรูที่อยู่ในเมืองไทยส่วนใหญ่ล้วนเป็นการจ้างเครือโรงแรมสายพันธุ์นานาชาติเข้ามาบริหารทั้งสิ้น แต่เครือ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นเครือโรงแรมสายพันธุ์ไทยแท้ระดับหรู ที่ไม่เพียงเป็นเจ้าตลาดอันดับต้นๆ ของโรงแรมระดับหรูในไทยเท่านั้น แต่ยังขยายความแข็งแกร่ง ประกาศศักดาชื่อเสียงโรงแรมสายพันธุ์ไทยระดับอินเตอร์ในตลาดโลกด้วย

“ชนินทธ์ โทณวณิก” กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือโรงแรมดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงเดือน ก.พ. 2557 มีแผนจะเปิดโรงแรมเครือดุสิตในต่างประเทศทั้งหมด 7 แห่ง โดยเดือน เม.ย.นี้ จะเปิดโรงแรมที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย หลังจากนั้นอีกทุก 23 เดือน จะทยอยเปิดโรงแรมที่เหลือที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมืองไนโรบี ประเทศเคนยา เกาะกวม ของประเทศสหรัฐอเมริกา เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ เมืองซานยา บนเกาะไหหลำ และพาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

เกือบทั้งหมดเป็นการเปิดโรงแรมภายใต้ชื่อดุสิตธานี ยกเว้นที่พาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย จะเปิดภายใต้แบรนด์ ดุสิต ดีทู และกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย จะเปิดภายใต้แบรนด์ ดุสิต เทวารัณ

หากโรงแรม 7 แห่งนี้เปิดครบแล้ว จะส่งผลให้เครือดุสิตมีโรงแรมทั้งหมดกว่า 30 แห่ง โดยครึ่งหนึ่งอยู่ในประเทศ อีกครึ่งอยู่ในต่างประเทศ ส่วนแผนการขยายโรงแรมในพื้นที่อื่นนอกเหนือจากนี้ ก็ยังมองอยู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในประเทศนั้นมองที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไว้ เพราะมองว่าทิศทางการเติบโตของการท่องเที่ยวและธุรกิจในภาคนี้จะมากขึ้นในอนาคต เป็นผลจากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

“ต่อไปธุรกิจโรงแรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะดีขึ้น โดยเฉพาะตามหัวเมืองใหญ่ เพราะถนนหนทางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จะเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านจะดีขึ้น อนาคตไทยจะต้องติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นหลังจากมีเออีซีแล้ว ดังนั้นโรงแรมในพื้นที่ก็ต้องดีไปด้วย”

ขณะเดียวกัน ต้องการเพิ่มโรงแรมในภูเก็ตอีก 1 แห่ง และเข้าไปเปิดตลาดบนเกาะสมุย ซึ่งปัจจุบันนี้ ดุสิตฯ ยังไม่มีโรงแรมที่นั่น รวมทั้งมองหาช่องทางลงทุนสร้างโรงแรมใน จ.กระบี่ อีกหนึ่งแห่ง

ส่วนต่างประเทศ จะมองการลงทุน 2 รูปแบบ คือการไปซื้อที่สร้างโรงแรมใหม่ เป็นเจ้าของโรงแรมเอง หรือไปรับบริหารเพิ่มเติม เพื่อให้แบรนด์ดุสิตเป็นที่รู้จักในตลาดมากขึ้น โดยเน้นเปิดโรงแรมที่ดีที่สุดในพื้นที่นั้นๆ ดังนั้นจึงมองหาตลาดที่ดี มีจำนวนนักท่องเที่ยวมาก แต่จำนวนคู่แข่งยังไม่สูง ราคาค่าห้องพักในพื้นที่ดี เป็นหลัก

ทั้งนี้ การลงทุนโรงแรมจะยังคงเดินหน้าลงทุนภายใต้แบรนด์เดิมระดับ 45 ดาวที่มีอยู่ โดยภายใน 2 ปีนี้ยังไม่คิดจะลงไปเล่นตลาดโรงแรมราคาประหยัด (บัดเจ็ต โฮเต็ล) เหมือนกับเครือโรงแรมอื่น เนื่องจากต้องการบริหารโรงแรมใหม่ที่ทยอยเปิดให้ดีก่อน และเกรงว่าหากลงไปลุยตลาดบัดเจ็ต โฮเต็ล จะทำให้การขยายตัวของโรงแรมเติบโตเร็วเกินไป ซึ่งไม่ใช่การเติบโตที่ยั่งยืน แต่ในอนาคตหากบริหารจัดการโรงแรมใหม่ทั้งหมดลงตัวแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ที่จะลงไปบุกตลาดบัดเจ็ต โฮเต็ล

สำหรับภาพรวมอัตราเข้าพักของโรงแรมในเครือปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 70% ดีขึ้นกว่าปีก่อน ซึ่งมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 6465% ส่วนราคาห้องพักมองไว้ว่าจะปรับขึ้นจากปีที่ผ่านมา 710%แต่คงปรับระดับนี้ไม่ได้ทุกพื้นที่ โดยอาจปรับในกรุงเทพฯ มาก เพราะไม่ได้ปรับราคาขึ้นมา 56 ปีแล้วอย่างไรก็ตามมีปัจจัยเรื่องห้องพักในกรุงเทพฯ เกิดขึ้นมาก เป็นปัจจัยถ่วงรั้งที่อาจทำให้ขึ้นราคาไม่ได้มากตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

ขณะที่ภาคเหนือและพัทยา คาดว่าจะปรับราคาขึ้นได้ในระดับที่ต้องการ ส่วนที่หัวหินอาจปรับราคาได้ไม่มาก เพราะความต้องการห้องพักมีมากไม่เท่ากับพื้นที่อื่น ส่วนหนึ่งเพราะมีโรงแรมใหม่เกิดขึ้นมาก โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ (บูติก โฮเต็ล) ระดับหรู และกลุ่มห้องพักที่มีสระว่ายน้ำในตัว (พูล วิลลา) ที่เป็นคู่แข่งขันโดยตรง

ส่วนการทำตลาดของเครือโรงแรมดุสิตปีนี้คงไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมานัก โดยต้องทำตลาดในทุกพื้นที่ที่ไปเปิดโรงแรม เพื่อสนับสนุนโรงแรมทุกแห่งที่มีอยู่ในทุกพื้นที่ และจะเน้นเพิ่มสำนักงานขายใหม่ในต่างประเทศให้มากขึ้น เช่น เปิดสำนักงานขายแห่งใหม่ในจีนเพื่อเจาะตลาดจีนที่เติบโตสูงมาก

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ