
จัดแถวศูนยืการค้าไทยรับเออีซีจี้รัฐหนุนหลังมาเลเซียแซงหน้า
การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปี 2558 ทำให้ทุกธุรกิจต้องปรับตัวรับมือ รวมไปถึงสมาคมศูนย์การค้าไทย ที่มีสมาชิกปัจจุบัน 10 ราย ได้แก่ บริษัท เอ็มบีเค, เดอะมอลล์ กรุ๊ป, สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์, เดอะแพลทินัม แฟชั่นมอลล์, เค.อี.แลนด์, ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์,เซ็นทรัลพัฒนา, สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์, รังสิตพลาซ่า และ สยามพิวรรธน์ กรุ๊ป ต้องเร่งระดมความคิด เพื่อรับมือการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอนาคต
การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปี 2558 ทำให้ทุกธุรกิจต้องปรับตัวรับมือ รวมไปถึงสมาคมศูนย์การค้าไทย ที่มีสมาชิกปัจจุบัน 10 ราย ได้แก่ บริษัท เอ็มบีเค, เดอะมอลล์ กรุ๊ป, สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์, เดอะแพลทินัม แฟชั่นมอลล์, เค.อี.แลนด์, ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์,เซ็นทรัลพัฒนา, สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์, รังสิตพลาซ่า และ สยามพิวรรธน์ กรุ๊ป ต้องเร่งระดมความคิด เพื่อรับมือการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอนาคต
ขณะที่ผู้ประกอบการต่างชาติเตรียมเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ส่งผลให้สมาคมศูนย์การค้าไทยต้องออกมาเตรียมพร้อม ด้วยการกำหนดกรอบพร้อมแบ่งประเภทของศูนย์การค้าให้เป็นหมวดหมู่ ออกเป็น 5 ประเภท เพื่อให้การดูแลสมาชิกง่ายขึ้น
สำหรับ 5 หมวดหมู่ของศูนย์การค้า ประกอบด้วย หมวดที่ 1 รีจินัล มอลล์ เป็นศูนย์การค้าที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 4 หมื่นถึง 1 แสนตารางเมตร (ตร.ม.) จับลูกค้าระยะ 10 กม. เช่น เดอะมอลล์, เซ็นทรัล และฟิวเจอร์พาร์ค หมวดที่ 2 เมกะ มอลล์ มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 2.6 แสน ตร.ม.ขึ้นไป จับลูกค้าในรัศมี 10 กม. เช่น เมกาบางนา, สยามพารากอน และเซ็นทรัลเวิลด์
หมวดที่ 3 คอมมูนิตี มอลล์ มีพื้นที่ให้บริการ 5,000 ถึง 4 หมื่น ตร.ม. รัศมีลูกค้า 46 กม. เช่น อะเวนิว ของสยามฟิวเจอร์ หมวดที่ 4 สเปเชียลตี มอลล์ พื้นที่ให้บริการ 5,000 ถึง 3.75 หมื่น ตร.ม. กลุ่มเป้าหมายค่อนข้างกว้าง เน้นขายสินค้าปลีกและส่ง เช่น แพลทินัม และหมวดที่ 5 ลักชัวรี มอลล์ พื้นที่ให้บริการตั้งแต่ 1 แสน ตร.ม. ขึ้นไป เน้นลูกค้าระดับ A+ จำหน่ายสินค้าแบรนด์หรู เช่น ดิ เอ็มโพเรียม และเซ็นทรัลเอ็มบาสซี
นอกจากนี้ สมาคมยังได้รวบรวมข้อมูลของสมาชิก เพื่อนำมาประเมินผลและวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน เพราะเชื่อมั่นว่าธุรกิจศูนย์การค้าของไทยยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก โดยปัจจุบันจำนวนศูนย์การค้าในกลุ่มสมาชิกมีทั้งหมด 74 แห่งทั่วประเทศ หากนำมาเทียบกับอัตราส่วนประชากรทั้งประเทศจะอยู่ที่ 1 แห่งต่อประชากรเฉลี่ยที่ 9 แสนคน ซึ่งถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่นที่ศูนย์การค้า 1 แห่งเฉลี่ยต่อประชากร 4.3 หมื่นคน
จากช่องว่างที่ยังมีโอกาสให้เข้าไปทำตลาดอีกมาก ส่งผลให้ปัจจุบันเริ่มมีทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนธุรกิจศูนย์การค้าในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นทุนจากประเทศสวีเดน เปิดศูนย์การค้าเมกาบางนา หรือทุนจากเนเธอร์แลนด์ เปิดศูนย์การค้าพรอมเมนาดา จากก่อนหน้านี้มีเพียงทุนจากประเทศญี่ปุ่น มาลงทุนซูเปอร์มาร์เก็ตอิออน
นริศ เชยกลิ่น นายกสมาคมศูนย์การค้าไทย กล่าวว่า ในแง่ของการแข่งขันผู้ประกอบการศูนย์การค้าไทยคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะจากเดิมประชากรของไทยมีอยู่กว่า 60 ล้านคน แต่หลังจากเปิดเออีซีจะมีประชาเพิ่มเป็น 600 ล้านคน ซึ่งไทยก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ทุนต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาลงทุนซึ่งสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดขณะนี้ คือ ความพร้อม หากมีทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ผู้ประกอบการจะทำอย่างไร ซึ่งช่วงนี้จีนอาจจะแผ่วๆ ในเรื่องของการลงทุนในต่างประเทศ เพราะยังมีปัญหาภายในประเทศ แต่ถ้าแก้ไขปัญหาได้คาดว่าจะเข้ามาลงทุนในภูมิภาคอาเซียนแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ สมาคมฯ จึงต้องเร่งรวบรวมทั้งข้อมูลของสมาชิกและธุรกิจศูนย์การค้าในต่างประเทศ เพื่อนำมาศึกษาและวางแผนรับมือการแข่งขัน ซึ่งปัจจุบันยอมรับว่าข้อมูลค้าปลีกของไทยยังน้อยมาก และเพื่อการจัดระบบข้อมูลที่มีประสิทธิ พร้อมกับฉลองครบรอบ 15 ปี
นอกจากนี้ สมาคมศูนย์การค้าไทย จึงมีแนวคิดที่จะจัดงาน”ไทยแลนด์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ ซิมโพเซียม ครั้งที่ 1” (The 1st Thailand Shopping Center Symposium) เพื่อขยายองค์ความรู้ธุรกิจศูนย์การค้า และเชิญชวนผู้ประกอบการอื่นๆ มาร่วมเป็นสมาชิก และกำหนดทิศทางธุรกิจในปีหน้า ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือน พ.ย.นี้ ณ บีซีซี ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว
ขณะเดียวกัน สมาคมยังเตรียมขอแรงสนับสนุนจากหน่วยงานของภาครัฐ 3 ข้อ คือ 1.สนับสนุนการลงทุนอาคารประหยัดพลังงานทั้งศูนย์การค้าเก่าและใหม่ รวมทั้งช่วยหาแหล่งพลังงานทดแทน เพื่อลดการใช้พลังงานหลัก 2.อยากให้ภาครัฐเข้ามาดูอัตราภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์เนม เพราะปัจจุบันกำแพงภาษียังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ปัจจุบันมาเลเซียแซงหน้าด้านการท่องเที่ยวและช็อปปิ้งของไทยไปเรียบร้อยแล้ว หลังรัฐบาลใช้งบ 2 หมื่นล้านบาท ในการสนับสนุนและโปรโมทด้านการท่องเที่ยวและ 3.อยากให้รัฐเข้ามาสนับสนุนระบบสาธารณูปโภค เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า
จากการขยายตัวของศูนย์การค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะในต่างจังหวัด โดยคาดการณ์ว่าในอีก 5 ปีนับจากนี้น่าจะมีมูลค่าการลงทุนศูนย์การค้าไม่ต่ำกว่า 1.2 แสนล้านบาท มีศูนย์การค้าที่เปิดให้บริการเพิ่มเป็นกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ
ซึ่งช่วงเวลานั้นน่าจะมีศูนย์การค้าในกลุ่มสมาชิกเปิดให้บริการอยู่ที่กว่า 100 แห่งทั่วประเทศ หรือเพิ่มขึ้น 30-40 แห่งจากปัจจุบันมีจำนวนศูนย์การค้าอยู่ที่ 74 แห่งทั่วประเทศ







