posttoday
พลังงานมั่นใจไร้วิกฤติไฟฟ้าหอการค้าชวนประหยัดไว้ก่อน

พลังงานมั่นใจไร้วิกฤติไฟฟ้าหอการค้าชวนประหยัดไว้ก่อน

14 มีนาคม 2556

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

หลังจากที่ภาคอุตสาหกรรมให้ความร่วมมือในการลดใช้พลังงาน ส่งผลกำลังไฟฟ้าสำรองของประเทศเพิ่มสูงขึ้นเป็นกว่า 1,700 เมกะวัตต์ กระทรวงพลังงานจึงประกาศอย่างมั่นใจว่าไม่มีวิกฤตพลังงานแน่ และค่าไฟฟ้าจะไม่เพิ่มขึ้นอย่างที่กังวลก่อนหน้านี้

พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน กล่าวหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานของประเทศ ประจำปี 2556” ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการซักซ้อมรับมือกรณีเกิดวิกฤตในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ทราบว่าเมื่อเกิดเหตุแล้วหน่วยงานใดมีความรับผิดชอบอะไรต้องดำเนินการอย่างไร รวมถึงเพื่อเป็นการทดสอบการบริหารวิกฤตของภาครัฐ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของระบบพลังงานของประเทศ รวมทั้งได้ประเมินถึงเรื่องของอำนาจกฎหมาย ว่าหากเกิดกรณีปริมาณไฟฟ้าสำรองไม่เพียงพอ จะใช้กฎหมายใดสั่งการให้หยุดใช้ไฟฟ้าบางหน่วยงาน หรือสั่งให้สำรองไฟฟ้าเพิ่มได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม รมว.พลังงาน กล่าวว่า ปริมาณสำรองไฟ้ฟ้าฉุกเฉินปัจจุบันที่ 1,424 เมกะวัตต์ ถือว่าเพียงพอต่อการรับมือกับการที่ผู้ผลิตก๊าซในสหภาพเมียนมาร์ไม่สามารถส่งก๊าซจำนวน 1,100 ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในช่วงวันที่ 5-14 เม.ย. จากการหยุดซ่อมแท่นขุดเจาะ และล่าสุดสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้แจ้งว่า จากการปรับแผนการผลิตของสมาชิกทำให้มีปริมาณสำรองไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 100 เมกะวัตต์ รวมถึงการประหยัดไฟฟ้าของหน่วยงานราชการและภาคประชาชนที่ประหยัดได้อีกราว 250 เมกะวัตต์ ทำให้ปริมาณสำรองไฟฟ้าอย่างไม่เป็นทางการตอนนี้เพิ่มเกินมาอยู่ 1,700 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้ไม่มีปัญหาไฟฟ้าตกหรือดับในช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว

ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน บอกเพียงว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นได้บ้าง เมื่อไม่ได้ประกาศแล้วก็คงไม่ต้องประกาศยกเลิก” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า การที่ปริมาณสำรองไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นแล้ว ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาสำหรับการผลิตไฟฟ้าทดแทนก๊าซธรรมชาติ แต่ก็ได้มีการสั่งให้สำรองน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาให้เพียงพอ ทั้งนี้ส่งผลการคำนวณค่าเอฟทีในรอบเดือน พ.ค.ส.ค. 2556 ซึ่งมีการประเมินก่อนหน้านี้ไปที่ 0.48 สตางค์ไม่เปลี่ยนแปลง จะทำให้ไม่มีประเด็นต้นทุนจากส่วนนี้ที่จะส่งผลต่อการคิดค่าเอฟที ส่วนการคิดค่าเอฟทีรอบเดือน ม.ค.-เม.ย. 2556 ที่ 1.7 สตางค์ต่อหน่วย และมีผลไปแล้ว เป็นการคิดต้นทุนที่เกินจริงไปและจะปรับลดหรือไม่คงให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเป็นผู้พิจารณา แต่ทั้งนี้ แม้จะมั่นใจว่าไม่มีภาวะวิกฤตไฟฟ้าแล้ว

ต่อกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการจุดประเด็นไฟฟ้าให้เป็นวิกฤตเพื่อผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินและเอื้อประโยชน์ให้กับ บมจ.บ้านปู นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงและส่วนตัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว หรือหาก บมจ.บ้านปูจะเข้ามาดำเนินการเรื่องใดก็ต้องเข้ามาด้วยกระบวนการที่ถูกต้อง

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินยังคงเป็นแนวทางที่จำเป็นสำหรับประเทศไทย เพราะเป็นแนวทางที่ต้นทุนต่ำและมีเทคโนโลยีที่สามารถป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ในขณะที่การเกิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และพลังงานน้ำในประเทศไทยนั้นเกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก

แม้ว่ากระทรวงพลังงานจะประกาศไม่มีวิกฤตพลังงานแล้ว แต่หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยในฐานะองค์กรหลักภาคเอกชน ซึ่งมีสมาชิกดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมโรงงาน โรงแรม โรงพยาบาลเป็นจำนวนมากทั่วประเทศ ก็ยังคงเตรียมมาตรการเพื่อลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาที่คาดว่าจะวิกฤตก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ มาตรการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เสนอให้สมาชิกถือปฏิบัติ 8 อาทิ เลื่อนเวลาการผลิต หลีกเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าช่วงบ่ายและหัวค่ำ สลับวันทำงานแทนวันที่ 5 เม.ย. ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ได้ใช้ ลดชั่วโมงการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าในที่ทำงาน และซ่อมบำรุงดูแลอุปกรณ์

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานคณะกรรมการพลังงาน หอการค้าไทย กล่าวว่า มาตรการลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงวิกฤตทั้ง 8 ข้อนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงวิกฤตเท่านั้น หากแต่ภาคเอกชนยังจะได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า เพื่อการแก้ไขวิกฤตในอนาคต

กล่าวถึงมาตรการของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในเรื่องนี้ว่า

“ถือเป็นคำแนะนำง่ายๆที่สมาชิกสามารถนำไปพิจารณาปรับใช้ได้ตามความสะดวก โดยยังไม่จำเป็นที่จะต้องลงทุนเพิ่มในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเครื่องจักร หรือเครื่องปรับอากาศ แต่มีความจำเป็นที่จะต้องลงทุนสร้างวินัย และความรับผิดชอบเพื่อส่วนรวม หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือโดยพร้อมเพรียงกันอย่างจริงจัง ก็น่าจะสามารถช่วยผ่อนคลายปัญหาจากภาวะวิกฤตพลังงานไฟฟ้าครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน...”

ทั้งนี้

1. ก่อนจะถึงช่วงวิกฤตพลังงาน (ระหว่างวันที่ 514 เมษายน 2556) ผู้ประกอบการควรวางแผน โยกย้ายแผนการผลิตที่ต้องใช้ไฟฟ้ามาก ไปดำเนินการก่อนหรือหลังช่วงเวลาดังกล่าว

2. ในช่วงวิกฤตพลังงาน ควรพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าระหว่างเวลา 13.0015.00 น.และ18.0021.00 น. ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าพร้อมกันมากทำให้เกิดความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) ที่สูงมากจึงมีโอกาสที่ปริมาณไฟฟ้าสำรองจะไม่เพียงพอต่อความต้องการในช่วงเวลาดังกล่าว

3. สถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) หรืออาคารธุรกิจที่ไม่ได้มีความจำเป็นต้องดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมง หรือ มีความจำเป็นต้องเปิดทำการในวันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2556 อาจพิจารณาให้เป็นวันหยุด โดยสลับวันทำงานกับวันจันทร์ที่ 8 เมษายน 2556 ซึ่งเป็นวันหยุดชดเชยวันจักรีแทน

4. อย่าเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้โดยไม่เกิดประโยชน์

4.1 อย่าเปิดเครื่องปรับอากาศหรือไฟทิ้งไว้โดยไม่มีคนในห้อง เช่น ห้องอาหาร หรือห้องประชุมของโรงแรม

4.2 อย่าปล่อยให้เครื่องจักรเดินเครื่องตัวเปล่า (Idle) เป็นเวลานานในช่วง Startup หรือก่อนเลิกงาน

4.3 อย่าเปิดอุปกรณ์ต่างๆในสำนักงานด้วยความเคยชิน โดยมิได้มีความจำเป็นต้องเปิดใช้งาน

5. ลดชั่วโมงการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าในที่ทำงาน

5.1 เปิดเครื่องปรับอากาศหลังเริ่มเวลาทำงาน 15 นาที และปิดเครื่องปรับอากาศ ก่อนถึงเวลาเลิกงาน 15 นาที

5.2 ปิดเครื่องปรับอากาศและไฟฟ้าแสงสว่างช่วงพักเที่ยง

5.3 ปิดจอภาพคอมพิวเตอร์ในระหว่างพักเที่ยง หรือไม่ใช้งานเกินกว่า 15 นาที ให้ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ และถอดปลั๊กออกหลังใช้งาน

5.4 อุปกรณ์ไฟฟ้าหลายประเภท อาจกินไฟหลังปิดเครื่องไปแล้ว จึงควรถอดปลั๊ก ออกเมื่อไม่ใช้งาน

6. ตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้สูงกว่า 25 องศาเซลเซียส

7. ปรับเปลี่ยนการแต่งกายให้เข้ากับสถานการณ์โดยไม่ใส่เสื้อสูท หรือผูกเนคไทในที่ทำงาน

8. ควรวางแผนซ่อมบำรุง ดูแลรักษาอุปกรณ์เครื่องจักร ตลอดจนเครื่องปรับอากาศให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองไฟฟ้าลง


อย่างไรก็ตาม ลดผลกระทบต่อการคิดค่าเอฟทีรอบเดือน พ.ค.ส.ค. ที่จะปรับเพิ่ม 0.48 สตางค์ ปัดใช้วิกฤตดันโรงไฟฟ้าถ่านหินเอื้อ “บ้านปู” ด้านกิตติรัตน์ย้ำไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทยแน่นอน กระทรวงพลัง

5-14 เม.ย. ไร้วิกฤตพลัง

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน