posttoday
ธปท.ลั่นไม่ปรับมาตรการดูแลอัตราแลกเปลี่ยน

ธปท.ลั่นไม่ปรับมาตรการดูแลอัตราแลกเปลี่ยน

13 มีนาคม 2556

ธปท.ชี้เงินบาทแข็งค่าไม่น่าห่วง เหตุแข็งจากเศรษฐกิจแนวโน้มดี จึงไม่จำเป็นต้องปรับนโยบายดูแลอัตราแลกเปลี่ยนใหม่

ธปท.ชี้เงินบาทแข็งค่าไม่น่าห่วง เหตุแข็งจากเศรษฐกิจแนวโน้มดี จึงไม่จำเป็นต้องปรับนโยบายดูแลอัตราแลกเปลี่ยนใหม่

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทที่ปรับแข็งค่าขึ้นมาในขณะนี้ เท่าที่ตรวจสอบดูในเบื้องต้นเข้าใจว่า สาเหตุเป็นเพราะมีข่าวดีเลยเป็นแรงจูงใจให้กลไกลตลาดปรับแข็งค่าขึ้น อาทิ เศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวที่ดีและมีแนวโน้มจะดีขึ้นอีก รวมถึงที่มีข่าวการปรับเครดิตประเทศไทยดีขึ้น ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีการเลือกตั้ง มีความขัดแย้ง

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวเงินบาทในช่วงนี้ที่แข็งค่าลงมาแตะ 29 .57 บาทต่อเหรียญสหรัฐนั้น ธปท.ไม่ได้ตกใจหรือกังวลอะไรเป็นพิเศษ เพราะอย่าลืมว่าสถานการณ์ตลาดการเงินโลกในขณะนี้ไม่ปกติอยู่แล้ว  อีกอย่างการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ในความเป็นจริงยังเคลื่อนไหวใน 2 ทิศทาง และในช่วงท้ายตลาดก็มีแรงซื้อกลับเข้ามาจนค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเปลี่ยนทิศอ่อนค่าลง

“ส่วนเงินบาทที่ปรับแข็งค่าขึ้นถือว่าอยู่ในระดับสอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจประเทศหรือไม่นั้น ธปท.ต้องขอรอดูอีกสักนิด เพราะตอนนี้มันพึ่งจะแข็งค่าวันเดียวเอง อีกอย่างการปรับแข็งค่าขึ้นมันก็พอมีเหตุปัจจัยอยู่ ถามว่าเงินบาทแข็งมาแตะ 29.57 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ธปท.ตกใจหรือกังวลหรือไม่ ไม่ตกใจเลย และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนนโยบายการดูแลค่าเงินบาทใหม่ เพียงแต่ต้องคอยติดตาม นโยบายเดิมก็ยังใช้ได้อยู่ อีกอย่างนโยบายที่ใช้ในปัจจุบันก็มีความยืดหยุ่นได้พอประมาณอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน นโยบายดอกเบี้ย เงินทุนเคลื่อนย้าย” นายประสารกล่าว

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า เรื่องที่มีข่าวว่าเป็นเพราะกระทรวงการคลังออกพันธบัตรจึงทำให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาซื้อพันธบัตรจนทำให้เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นนั้น เข้าใจว่าบาทแข็งไม่น่าเกิดจากสาเหตุเงินทุนไหลเข้า เพราะขณะนี้ก็ยังไม่มีเงินทุนไหลเข้ามาในปริมาณที่ผิดปกติ เนื่องจากขณะนี้เงินทุนไหลเข้าและไหลออกอยู่ในระดับใกล้เคียงกันค่อนข้างสมดุล และการซื้อพันธบัตรของกระทรวงการคลังก็น่าจะเป็นเพียงการสนใจจองเท่านั้น เงินยังไม่ได้มีเงินจากต่างชาติไหลเข้ามาซื้อจริงๆ

“เมื่อวันที่ 12มี.ค.ที่เงินบาทแข็งค่าขึ้น เงินเข้าออกไม่ได้มากอะไร เงินเข้าออกก็ใกล้กันแทบสมดุล มันอยู่ทีราคาที่คุณจะซื้อมากกว่า ว่าพอใจหรือมีมุมมองจะซื้อเงินบาทที่ระดับใด ธปท.ไม่ได้กังวลเรื่องนี้มากนัก เพราะตัวเลขเงินเข้ามันไม่ได้สูงเป็นพิเศษ แต่เป็นเรื่องปรับเครดิตเรสติ้งประเทศ ซึ่งอาจจะทำให้คนซื้อด้วยราคาสูง ส่วนเรื่องกังวลเงินทุนต่างชาติจะไหลออกเร็วนั้นตอนนี้ไม่ได้ห่วงอะไรเป็นพิเศษ แต่ก็ต้องติดตามดูสถานการณ์ให้ต่อเนื่อง” นายประสารกล่าว

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวอีกว่า ในภาวะนี้ ถ้าหากเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นสอดคล้องพื้นฐานเศรษฐกิจประเทศ แล้วมีการเปลี่ยนจากกรอบการเคลื่อนไหวใหม่จากที่เคยคาดการณ์กัน อย่างนี้ก็ไม่ถือว่าผันผวน เพราะตลาดการเงินโลกมันผันผวนอยู่แล้ว และอีกอย่างช่วงนี้ก็มีข่าวปรับเครดิตประเทศ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มดี จึงเป็นเรื่องปกติที่มีข่าวเช่นนี้แล้วเงินบาทจะแข็ง ส่วนภาวะนี้ธปท.มีการเข้าไปแทรกแซงหรือไม่นั้น ตามปกติเขาจะไม่พูดกัน ให้ดูจากข้อมูลตัวเลขที่ออกมามากกว่า

สำหรับประเด็นที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ) จะได้ผู้ว่าการบีโอเจคนใหม่ และผ่อนปรนโยบายการเงินมากขึ้นจีผลต่อการเคลื่อนไหวของเงินบาทหรือไม่นั้น คาดว่าคงมีผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงตามข่าว ซึ่งขณะนี้เงินเยนเคลื่อนไหวไปในทิศทางอ่อนค่า เช่นเดียวกับปอนด์ก็ปรับอ่อนค่า ขณะที่เงินเหรียญสหรัฐก็นนิ่งๆ ส่วนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมันก็พึ่งวันเดียวยังต้องติดตาม

นอกจากนี้ นายประสาร ยังกล่าวว่า ที่มีการรายงานต่อคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมาเป็นเรื่องปกติ แต่ธปท.ไม่ได้เรียกประชุมด่วนหรือมีวาระประชุมเป็นพิเศษเกี่ยวเพื่อหารือเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนแต่อย่างใด เนื่องจากปกติธปท.จะมีการติดต่อเป็นประจำกับบอร์ดกนง.อยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติ เพื่อรายงานสถานการณ์ต่างๆทางอีเมล์ ซึ่งเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ธปท.มีการรายงานภาวะตลาดผ่านทางอีเมล์ถึงบอร์ดกนง.ทุกคน เพื่อหัรับทราบสถานการณ์เท่านั้น ส่วนกำหนดการประชุมกนง.ยังเป็นตามกำหนดเดิม โดยครั้งต่อไปจะประชุมวันที่ 3 เม.ย.นี้

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ