
นิวซีแลนด์รุกตลาดการศึกษาขี่กระแสแห่เรียนเมืองนอก
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
ในยุคที่การค้า การลงทุนจากทั่วโลกกำลังไหลบ่ามายังฟากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นนี้ ทำให้การใช้ภาษาอังกฤษมีความจำเป็นสำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังจะจบการศึกษา เพราะตลาดแรงงานสมัยนี้มีการแข่งขันสูงมากขึ้น
ส่งผลให้ผู้ปกครองพยายามผลักดันให้ลูกได้เรียนในโรงเรียนที่มีการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเข้มข้น จึงทำให้ตลาดการศึกษาของไทยเป็นที่สนใจของต่างชาติ ที่กำลังเข้ามาเจาะตลาดในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสถาบันสอนภาษา เปิดโรงเรียนหลักสูตรนานาชาติ หรือแม้แต่ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในไทยในลักษณะเครือข่าย เพื่อแลกเปลี่ยนเด็กนักเรียนครูระหว่างกัน
เมื่อดูจากสถิติประเทศที่เด็กไทยให้ความสนใจไปศึกษาต่อหรือไปเรียนภาษาอังกฤษหลักสูตรระยะสั้นพบว่า นิวซีแลนด์ ติดอันดับต้นๆ สาเหตุเพราะธุรกิจการศึกษาของประเทศนิวซีแลนด์เริ่มทำตลาดอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2533 โดยมีสถานทูตนิวซีแลนด์เป็นหัวหอกหลัก เริ่มจากจัดกิจกรรมโปรโมตการศึกษา จนปัจจุบันเน้นการทำตลาดผ่านตัวแทนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
โทนี ลินช์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ให้เหตุผลที่เลือกทำการตลาดในประเทศไทย ว่า ประเทศไทยกำลังเตรียมตัวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2558 จึงต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านภาษามากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามีเด็กไทยสนใจไปเรียนที่นิวซีแลนด์จำนวนมากเฉลี่ย 3,000-4,000 คนต่อปี ส่วนใหญ่ 55% เป็นเด็กระดับมัธยมและมีระดับปริญญาตรีประมาณ 1520% ที่เหลือเป็นกลุ่มที่ต้องการไปฝึกฝนภาษา เพื่อสอบ IELTS หรือเรียนภาษา เพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ
“แม้ว่านิวซีแลนด์จะเป็นประเทศทางเลือกที่รู้จักกันแพร่หลายในหมู่นักเรียนไทยที่ต้องการเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาในต่างประเทศ แต่เราเองมองว่ายังสามารถขยายฐานนักเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้อีก ส่วนในภาพรวมก็เชื่อว่า ยังสามารถดึงเด็กไทยไปเรียนในนิวซีแลนด์เพิ่มได้ทุกระดับชั้น ทั้งตลาดการเรียนภาษาอังกฤษและการศึกษาวิชาชีพ” เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ กล่าว
รัฐบาลนิวซีแลนด์เล็งเห็นช่องทางตลาดดังกล่าว จึงออกนโยบายให้โรงเรียนเกือบทั้งหมดในประเทศสามารถรับนักเรียนต่างชาติอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป เข้าศึกษาต่อได้ และเพิ่มเติมหลักสูตรใหม่ๆ นอกจากคอร์สภาษาอังกฤษทั่วไป รวมทั้งมีการร่วมมือด้านการศึกษากับสถาบันการศึกษาในประเทศไทย เพื่อขยายตลาดให้กว้างขึ้น
ล่าสุด ได้ลงนามในโครงการ Education Collaboration เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างกลุ่มเมืองทารานากิ ประเทศนิวซีแลนด์ กับกลุ่มโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ 12 แห่งทั่วประเทศไทย ได้แก่ จ.พะเยา กำแพงเพชร กาญจนบุรี ลพบุรี ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู ระยอง สมุทรสาคร ภูเก็ต ยะลา นครศรีธรรมราช และศรีสะเกษ เพื่อจับคู่ซึ่งโรงเรียนไทยและนิวซีแลนด์สู่การพัฒนาคุณภาพเด็กเชิงลึก เปิดโอกาสให้นักเรียนไทยสามารถไปเรียนภาคเรียนปกติที่นิวซีแลนด์แล้วโอนหน่วยกิตเข้าระบบการศึกษาไทยได้
ปีนี้ตั้งเป้าจะเชื่อมโยงโรงเรียนเครือข่ายได้มากกว่า 50 แห่ง และส่งนักเรียนไทยกว่า 1,000 คน ไปเรียนร่วมกับนักเรียนในชั้นเรียนปกติที่นิวซีแลนด์เป็นเวลา 1 ปี เพื่อขยายโอกาสและยกระดับคุณภาพการเรียนของนักเรียนไทย
ทวีสิทธิ์ อิศรเดช ประธานกลุ่มโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กล่าวว่า โครงการนี้จะพัฒนาความสามารถทางภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียนไทยก่อนจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และจากนี้ไปกลุ่มโรงเรียนต้องปรับวันเปิดปิดภาคเรียน เพื่อช่วยให้นักเรียนที่สนใจไปเรียนที่นิวซีแลนด์ ไม่ต้องกลับมาเรียนซ้ำชั้นอีก 1 ปี ส่วนเรื่องหลักสูตรที่ผ่านมามีการวางแผนร่วมกันอยู่แล้ว จึงไม่น่ามีปัญหา
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาโรงเรียนในกลุ่มเคยส่งเด็กนักเรียนไปเรียนภาษาที่ประเทศจีน ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ มาบ้างแล้ว แต่ความร่วมมือยังไม่ขยายถึงระดับให้ทุนการศึกษา ทำให้ผู้ปกครองต้องออกทุนเอง แต่เมื่อเทียบค่าเล่าเรียนเป็นเงินไทยแล้ว เรียนที่นิวซีแลนด์มีค่าใช้จ่ายในระดับมัธยมศึกษาประมาณ 5 แสนบาทต่อปี ซึ่งยังถูกกว่าโรงเรียนนานาชาติในไทยบางแห่งด้วย







