posttoday
ความงาม-เทคโนโลยี

ความงาม-เทคโนโลยี

11 มีนาคม 2556

นอกจากสินค้าเพื่อสุขภาพที่มาแรงในตลาดโลก รวมทั้งในเมืองไทยตลอดช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมานี้ อีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่เกาะเทรนด์ควบคู่ความแรงมาด้วยกัน คือ กลุ่มสินค้าเครื่องสำอาง สินค้าความสวย ความงาม หรือคอสเมติก ที่เข้ามาพิชิตใจผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงไทยที่ต่างท่องคำว่า “อย่าหยุดสวย” ไว้จนขึ้นใจ

นอกจากสินค้าเพื่อสุขภาพที่มาแรงในตลาดโลก รวมทั้งในเมืองไทยตลอดช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมานี้ อีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่เกาะเทรนด์ควบคู่ความแรงมาด้วยกัน คือ กลุ่มสินค้าเครื่องสำอาง สินค้าความสวย ความงาม หรือคอสเมติก ที่เข้ามาพิชิตใจผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงไทยที่ต่างท่องคำว่า “อย่าหยุดสวย” ไว้จนขึ้นใจ

สำหรับกลุ่มธุรกิจเครื่องสำอาง ความงามในไทย ปัจจุบันมีมูลค่ารวมมากกว่า 1 หมื่นล้านบาทในทุกเซ็กเมนต์ และมีอัตราเติบโตไม่น้อยกว่า 2 หลักต่อเนื่องทุกปี ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร นับเป็นตลาดที่มีแนวโน้มน่าสนใจ สำหรับผู้ประกอบการใหม่ ที่กำลังสนใจพัฒนาสินค้าเข้าสู่ตลาด

จากแนวโน้มดังกล่าว อำพา ยงพิศาลภพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ ผู้บริหาร เซเว่น แค็ตตาล็อก มองเห็นในทิศทางเดียวกันว่าในช่วง 57 ปีที่ผ่านมา กลุ่มสินค้าเครื่องสำอาง หรือ คอสเมติก โดยเฉพาะกลุ่มเวชสำอาง ของผู้ประกอบไทยภายใต้แบรนด์ต่างๆ มีอัตราเติบโตสูงต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับสินค้ากลุ่มอื่นๆ ในช่องทางการจำหน่ายผ่าน เซเว่น แค็ตตาล็อก

ที่ผ่านมา เซเว่น แค็ตตาล็อก จะมุ่งสนับสนุนสินค้าของคนไทยเป็นหลัก โดยเฉพาะสินค้าจากผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย ปัจจุบันมีคู่ค้าที่เป็น SMEs กว่า 40% และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 60% ภายในปีนี้

เมื่อนำสินค้า SMEs มาจำหน่ายร่วมกับสินค้าต่างๆ จากแหล่งที่มาที่หลากหลาย ทำให้ เซเว่น แค็ตตาล็อก มีส่วนผสมของสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งสินค้ากลุ่มหลักๆ ที่ เซเว่น แค็ตตาล็อก นำเสนอให้ลูกค้าเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความสวย ความงาม และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน

ปัจจุบัน สัดส่วนยอดขายกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางใน เซเว่น แค็ตตาล็อก อยู่ที่ประมาณ 3540% จากจำนวนผู้ผลิต (ซัพพลายเออร์) กว่า 130-140 ราย โดยยังมีอีกหนึ่งเทรนด์สินค้าที่น่าสนใจและเติบโตดีในกลุ่มนี้ คือ เครื่องสำอางจากสมุนไพรไทย ที่กลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจ และนิยมสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสินค้ากลุ่มที่ 2 ที่มีอัตราการเติบโตดี คือ กลุ่มเครื่องนอน และเครื่องครัว ที่ครองสัดส่วนยอดขายผ่านช่องทาง เซเว่น แค็ตตาล็อก อยู่ที่ 28-30% ต้องยอมรับว่าบ้านเราจะเก่งเรื่องเทกซ์ไทล์ หรืออุตสาหกรรมสิ่งทอ ทำให้เกิดการพัฒนาและต่อยอดสินค้าในกลุ่มนี้ได้ดี

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการสิ่งทอไทย ต้องเร่งพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ดียิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการเข้ามาตีตลาดของสินค้าจีน ที่มุ่งเน้นการผลิตสินค้าราคาถูกเข้ามาจำหน่าย ทำให้แข่งขันยากขึ้น ซึ่งต้องลุกขึ้นมาสร้างความแตกต่างด้านดีไซน์และคุณภาพ

ส่วนยอดขายที่เหลืออีก 30% ของ เซเว่น แค็ตตาล็อก มาจากกลุ่มสินค้าเบ็ดเตล็ด อาทิ สินค้าไอที ของเล่น เครื่องราง จิปาถะ เป็นต้น ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่สามารถสลับเปลี่ยนหมุนเวียนตามความต้องการของตลาดในแต่ละช่วงหรือฤดูกาลได้

นอกเหนือจากการขายผ่าน เซเว่น แค็ตตาล็อก แล้ว ซีพี ออลล์ ยังนำสินค้ากลุ่มนี้เข้าไปวางจำหน่ายในเชลฟ์ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น อีกด้วย เพื่อให้ผู้บริโภคได้จับต้องสินค้าตัวจริง ไม่ใช่แค่เห็นในแค็ตตาล็อกเท่านั้น

อำพา ย้ำว่า นอกจากการเกาะกระแสกลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตดีแล้วนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีจำเป็นต้องเกาะเทรนด์เทคโนโลยีเอาไว้ด้วย จากการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ในโลกอย่าง 3จี และ 4จี ที่กำลังจะเกิดขึ้นในบ้านเรา

สำหรับช่องทางจำหน่ายที่สำคัญนับจากนี้ การทำตลาดผ่านดิจิตอล จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือการทำตลาดและการขายสินค้าที่สำคัญในยุคต่อไป

ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้ายุคใหม่ ที่ไม่ได้ผูกติดเฉพาะช่องทางขายผ่านหน้าร้านแบบเดิมๆ อีกต่อไป...

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ