
ธปท.มองประกันรายได้ดันอีสานโต4%
รายได้เกษตรพุ่งแรงงานขาด แบงก์แห่ปล่อยสินเชื่อทุกสาขา
โพสต์ทูเดย์
— ธปท.อีสานเผยราคาพืชผล บวกประกันรายได้รัฐ ทำเศรษฐกิจอีสานฟื้นตัวน.ส.นพวรรณ มหามุสิก ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ประเมินอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาคอีสานปี 2553 จะขยายตัว 34% สูงกว่าปี 2552 ที่ขยายตัว ลบ 0.5%
ทั้งนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจภาคอีสานในเดือน ม.ค.ก.พ. 2553 ขยายตัวดีจากรายได้ภาคเกษตรที่สูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2552 ถึงต้นปี 2553 ทั้งในเชิงปริมาณและราคา ไม่ว่าจะเป็นข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย ปรับสูงขึ้นทั้งหมด ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ทำให้ชาวบ้านมีรายได้สูงขึ้นด้วย
น.ส.นพวรรณ กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าชาวนาในภาคอีสานชอบนโยบายประกันรายได้เกษตรกร มากกว่าการรับจำนำข้าวแบบเดิม เพราะถือว่าชาวนาได้เงินถึงมือและมีความรู้มากขึ้น จึงมีแต่กลุ่มโรงสีที่จะไม่ชอบนโยบายนี้
ด้านปัญหาภัยแล้งมีผลกระทบต่อข้าวนาปรังแน่ แม้รัฐบาลจะขอร้องไม่ให้เกษตรกรปลูก แต่เนื่องจากราคาจูงใจทำให้เกษตรกรดื้อ เพราะเชื่อว่ารัฐบาลอาจมาช่วยชดเชยความเสียหาย ทำให้ปริมาณพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังเพิ่มขึ้นถึง 200%
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจน้ำในเขื่อนพบว่าไม่ลดลงมากเมื่อเทียบกับปีก่อน เช่น เขื่อนอุบลรัตน์ ปริมาณน้ำมี 36% เทียบกับปีก่อนที่มี 48% เขื่อนลำตะคองมีน้ำ 63% เทียบกับปีก่อนที่มี 80% ขณะที่บางเขื่อน เช่น เขื่อนสิรินธร มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ดังนั้นเมื่อประเมินภาพรวมแล้วถือว่าภัยแล้งไม่ถึงขั้นอันตรายมาก
สำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นเอสพี 1 และเอสพี 2 ถือว่ากระตุ้นการใช้จ่ายได้ดี และส่งผลให้การก่อสร้างดีขึ้น รายได้ชาวอีสานสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นด้วย จนขณะนี้อีสานประสบปัญหาเรื่องขาดแคลนแรงงาน ขณะที่ยอดการขายวัสดุก่อสร้างและร้านค้าปลีกดีขึ้น
“
ถือว่าทุกภาคเศรษฐกิจของอีสานดีขึ้นหมดในภาพรวม รวมถึงการใช้จ่ายภาคเอกชนและการลงทุนเพิ่มในทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับเกษตรกรรม เช่น โรงสี” น.ส.นพวรรณ กล่าวสาขาที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโลก เช่น กลุ่มส่งออกและท่องเที่ยว ก็พบว่าในแถบอีสานมีธุรกิจในสองสาขานี้น้อยเพราะการท่องเที่ยวอีสานมุ่งเน้นคนท้องถิ่น ส่วนบริษัทส่งออกส่วนมากอยู่ในภาคกลาง
สำหรับสินเชื่อของสถาบันการเงินเพิ่มสูงขึ้น ทั้งเอกชนและธนาคารรัฐ โดยเฉพาะสินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพิ่มขึ้นมากกว่าธนาคารพาณิชย์ ขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) ทรงตัว ไม่ได้เพิ่มขึ้น
ปัญหาการเมืองจากส่วนกลางย่อมกระทบต่อเศรษฐกิจอีสาน เพราะดัชนีความเชื่อมั่นเริ่มแผ่วลงและจะมีผลต่อการผลิตต่อไป แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นตัวเลขเนื่องจากการชุมนุมเริ่มในเดือน มี.ค. แต่การชุมนุมก็ทำให้เงินสะพัดในพื้นที่เนื่องจากมีการนำรถกระบะขนส่งผู้ชุมนุมก็ต้องเติมน้ำมันระหว่างเส้นทาง







