
แผน 3 ปี กรุงศรีท็อปทรีสินเชื่อบ้าน
โดย...ดำรงเกียรติ มาลา
โดย...ดำรงเกียรติ มาลา
ซุ่มเก็บตัวเงียบอยู่พักใหญ่สำหรับ “วิชิต พยุหนาวีชัย” หลังจากได้รับการแต่งตั้งจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ให้เข้ามารับตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อขับเคลื่อนและพลิกโฉมธุรกิจสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
หลังจากใช้เวลาเกือบหนึ่งปีเต็มในการวางยุทธศาสตร์ ปรับจูนความพร้อมของระบบและทีมงานจนเข้าที่เข้าทาง ธนาคารกรุงศรีอยุธยาก็ประกาศตัวชัดเจนว่า ภายใน 3 ปีจากนี้ จะก้าวขึ้นมาเป็น 1 ใน 3 ผู้นำด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย
โดยตั้งเป้าขยับสินเชื่อจาก 1.02 แสนล้านบาท ขึ้นเป็น 2 แสนล้านบาท หรือเติบโตขึ้นอีก 1 เท่า พร้อมเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากปัจจุบัน 7.8% ขึ้นเป็น 1215% ให้ได้ภายในปี 2558 ตัวเลขดังกล่าวถือว่าเป็นงานที่ไม่ง่ายนักในตลาดที่มีการแข่งขันรุนแรงแห่งนี้
ขุนศึก “วิชิต” เชื่อมั่นว่า “กรุงศรี” ในเวลานี้ จะสามารถก้าวไปสู่จุดหมายได้อย่างแน่นอน จาก 5 กลยุทธ์หลักของธนาคารที่ถูกออกแบบมาเพื่อขับเคี่ยวกับคู่แข่ง ประกอบด้วยกลยุทธ์ความร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กลยุทธ์ด้านช่องทางจัดจำหน่าย กลยุทธ์การสร้างแบรนด์สินเชื่อที่อยู่อาศัย กลยุทธ์เชิงผลิตภัณฑ์ และกลยุทธ์ด้านการปฏิบัติงาน
วิชิต บอกว่า ในปีนี้ ธนาคารจะเข้าไปสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดพิเศษกับผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ 10 รายแรกของประเทศ
เนื่องจากเชื่อว่าบริษัทคู่ค้าที่ดีคือแหล่งรวมของลูกค้าคุณภาพ โดยธนาคารจะให้เงื่อนไขที่ดีที่สุด คือ ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ตั้งแต่ 612 เดือน ขึ้นอยู่กับโครงการ และจะมีการทบทวนกลยุทธ์ด้านราคาทุกไตรมาสเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้
“ในปีนี้ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ คอนโดมิเนียม ถ้าเป็นของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 10 อันดับแรก เรายินดีหมด เพราะธนาคารต้องการโตในเซ็กเมนต์ที่ปลอดภัย ไม่ต้องกังวลกับเอ็นพีแอลภายหลัง” วิชิต กล่าว
วิชิต บอกว่า สินเชื่อปล่อยใหม่ในปีนี้ที่ตั้งเป้าไว้ราว 3 หมื่นล้านบาทนั้น 65% จะมาจากความร่วมมือกับ 10 บริษัทคู่ค้าอีก 20% จะเป็นการขอสินเชื่อผ่านสาขาปกติอีก 5% จะมาจากการรีไฟแนนซ์ และอีก 10% ที่เหลือจะมาจากสินเชื่อบ้านแลกเงิน
วิชิต มั่นใจว่า แผนที่เน้นรุกล่าลูกค้าระดับครีมจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ จะทำให้ช่องทางการขายของธนาคารในปีนี้จะเพิ่มความเข้มข้นด้านการขายผ่านตัวแทนที่มีอยู่ราว 200 คนให้มากขึ้น
เรียกได้ว่า “ใช้สาขาที่มีอยู่ 601 แห่งเป็นแนวรับ ตัวแทนขายเป็นแนวรุก” โดยจะส่งทีมตัวแทนเข้าไปฝังในโครงการเป้าหมายเพื่อเจาะลูกค้าดีโดยเฉพาะ
ขณะเดียวกันจะพยายามสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำของลูกค้า ว่าเครือกรุงศรีมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านที่ครบถ้วน ทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อคอนโด สินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์ และสินเชื่อบ้านแลกเงิน
โดยจะโฆษณาสินเชื่อที่อยู่อาศัยผ่านสาขา พร้อมทำดิสเพลย์บนรถไฟฟ้าและใช้สื่อรถตู้อีกกว่า 100 คัน นอกเหนือจากกลยุทธ์ข้างต้นแล้ว การเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่ลูกค้าสินเชื่อบ้านจะได้สัมผัส คือ การเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในขั้นตอนการอนุมัติสินเชื่อ การประเมินหลักทรัพย์และการจดจำนอง วิชิต บอกว่า ทั้งหมดใช้เวลาดำเนินงานให้แล้วเสร็จได้ภายใน 3 วันทำการ จากเทคโนโลยี One Scan
นายแบงก์ผู้นี้ยังประเมินว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้จะยังคงขยายตัวในอัตรา 1516% แบ่งเป็นการเติบโตในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 67% ขณะที่ตลาดต่างหวัดจะเติบโตได้สูงในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ขณะเดียวกันก็เชื่อว่า ราคาบ้านและคอนโดมิเนียมในปีนี้จะปรับตัวขึ้นสูงอีกราว 10% ตามการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศ
“จากการเดินสายพูดคุยกับผู้ประกอบการ เชื่อว่าปีนี้บ้านเดี่ยวชานเมืองและทาวน์เฮ้าส์ในเมืองจะกลับมาแรงอีกครั้ง เนื่องจากคอนโดมีราคาสูงขึ้นและคอนโดชานเมืองจะมีมากขึ้น” วิชิต ระบุในตอนท้าย







