
สำรองไฟเพิ่มเลิกแผนซื้อจากมาเลย์
รมว.พลังงาน เผย ทุกหน่วยงานร่วมประหยัดไฟ และโรงไฟฟ้าเพิ่มสำรอง ทำให้ไทยไม่จำเป็นต้องซื้อไฟฟ้าจากมาเลเซีย
รมว.พลังงาน เผย ทุกหน่วยงานร่วมประหยัดไฟ และโรงไฟฟ้าเพิ่มสำรอง ทำให้ไทยไม่จำเป็นต้องซื้อไฟฟ้าจากมาเลเซีย
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับหน่วยภาครัฐ อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อรับมือวิกฤตไฟฟ้า หลังพม่าหยุดซ่อมแท่นก๊าซธรรมชาติ วันที่ 5-14 เมษายน ว่า จากความร่วมมือในการลดใช้พลังงานของภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ส่งผลให้ปริมาณไฟฟ้าสำรองเพิ่มขึ้น ซึ่งมั่นใจว่าในเดือนเม.ย.นี้ จะไม่มีปัญหาไฟดับ และยังสามารถบริหารจัดการเชื้อเพลิง ลดใช้ดีเซลและน้ำมันเตาที่ต้นทุนสูง ทำให้ค่าเอฟทีไม่น่าจะเพิ่มขึ้น
โดย กนอ. แจ้งว่า 19 นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ พร้อมลดและปรับแผนการผลิต ในวันที่ 5 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่สำรองไฟฟ้าของประเทศอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ โดยสามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้รวม 83 เมกะวัตต์ ขณะที่ ส.อ.ท. ได้ประสานกลุ่มอุตสาหกรรม 13 กลุ่ม ลดใช้ไฟฟ้าลงได้ 408 เมกะวัตต์ ทำให้การใช้ไฟฟ้าลดลงรวม 547 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ เมื่อรวมการผลิตเพิ่มของผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ที่ผลิตเพิ่มได้ 110 เมกะวัตต์ จะทำให้สำรองไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,424 เมกะวัตต์ แต่ตัวเลขนี้ ยังไม่รวมห้างสรรพสินค้าและภาคประชาชน ที่คาดว่า จะลดได้อีก 250 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้ปริมาณสำรองไฟฟ้าพร้อมใช้จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,674 เมกะวัตต์ จึงไม่จำเป็นต้องซื้อไฟฟ้าจากมาเลเซีย ที่มีต้นทุนค่าไฟฟ้าสูงถึง 15 บาทต่อหน่วย
"เมื่อมีไฟฟ้าสำรองเพิ่มขึ้นเพียงพอแล้วก็ไม่จำเป็นต้องซื้อไฟฟ้าจากมาเลเซีย เนื่องจากมีราคาแพง"รมว.พลังงาน กล่าว
อย่างไรก็ตาม การหยุดผลิตชั่วคราวของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือและพระนครใต้ ทำให้สายส่งต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีปัญหาแรงดันต่ำ ซึ่งทั้ง 3 การไฟฟ้า จะเป็นผู้ดูแลสายส่งให้มีเสถียภาพ ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาไฟตกแน่นอน







