
STARลั่นกำไรลุยสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ
STAR เผยยังไม่มีแผนคลอดวอร์แรนต์ ลั่นธุรกิจเทิร์นอะราวด์ ยอดขาย 3 เดือน ดีขึ้น 100%
STAR เผยยังไม่มีแผนคลอดวอร์แรนต์ ลั่นธุรกิจเทิร์นอะราวด์ ยอดขาย 3 เดือน ดีขึ้น 100%
นายสมชัย ว่องอรุณ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ซานิทารีแวร์ (STAR) เปิดเผยว่า บริษัทไม่มีแผนออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ (วอร์แรนต์) ให้กับผู้ถือหุ้นในขณะนี้ เนื่องจากบริษัทไม่มีแผนการใช้เงินทุนจากการออกวอร์แรนต์ ซึ่งเป็นเรื่องของการวางแผนการใช้เงินระยะยาว
นอกจากนี้ STAR มุ่งการทำตลาดสินค้าตัวใหม่ ซึ่งเป็นชุดสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำที่สุดในโลก 2.75 ลิตรต่อการชำระ 1 ครั้ง (กดน้ำ 1 ครั้ง)
สำหรับสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำชื่อรุ่น “พราโน” เป็นรุ่นเดียวที่จดสิทธิบัตรแล้ว เป็นสินค้าตัวใหม่ของ STAR ที่ออกมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2555 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน หรือ 3 เดือน ผลิตไม่ทันขาย ส่งผลให้ยอดขายในประเทศ 3 เดือน ตั้งแต่ออกสินค้าดีขึ้น คาดว่าไตรมาสแรกส่งผลให้ผลประกอบการ STAR กลับมาเทิร์นอะราวด์ (ฟื้นตัวได้)
นายสมชัยกล่าวถึงนโยบายการดำเนินธุรกิจปี 2556 ว่า บริษัทจะใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เป็นทิศทางนำบริษัท เช่น รูปแบบใหม่ๆ ของสินค้า สินค้าประหยัดน้ำ ประหยัดรักษ์โลก การโรดโชว์สินค้าใหม่ๆ ไปให้ผู้บริโภคเห็น ณ จุดขายต่างๆ ให้มากขึ้น และการบุกตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มากขึ้น เนื่องจากการใช้สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำจะเหมาะกับสภาพน้ำแห้งแล้ง
ทั้งนี้ ตั้งเป้ายอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 100% เป้ายอดขายรวม 200 ล้านบาท โต 50% จากปีก่อนที่มียอดขาย 146 ล้านบาท หลังจากที่มีนวัตกรรมสุขภัณฑ์ใหม่ออกมา
สำหรับผลดำเนินงานปีที่ผ่านมา ขาดทุน 33 ล้านบาท เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกและวิกฤตการเงินในยุโรป เงินบาทแข็งค่า โดยบริษัทมีแผนรุกตลาดสินค้าเน้นเอเชียมากขึ้นนับจากนี้เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จากเดิมสัดส่วนขายในประเทศ 30 ต่างประเทศ 70 ของยอดขาย ปัจจุบันอยู่ที่ 50:50 เชื่อปลายปีต่างประเทศจะลดเหลือ 40
“ปี 2556 นี้ ผลประกอบการน่าจะพลิกเป็นกำไร โดยเฉพาะไตรมาสแรกจะเห็นการเทิร์นอะราวด์ได้จากนวัตกรรมใหม่ๆ สินค้าประหยัดน้ำ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี ที่สำคัญปัจจัยจากคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ภาคบังคับกับสุขภัณฑ์และกระเบื้อง กับสินค้านำเข้า หากไม่มี มอก.ไม่สามารถนำเข้าประเทศได้ โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าจากจีนที่ไม่มี มอก.จะลดลง หรือไม่มีเลย ที่ผ่านมาสินค้าจากจีนเติบโตมาก 99 เท่า จากครั้งแรกมูลค่า 10 ล้านบาท ปัจจุบัน 900 ล้านบาท” นายสมชัย กล่าว







