
จับตาเงินร้อนตบเท้าเก็งกำไรระยะสั้น
“ณรงค์ชัย” ไม่ห่วงเงินท่วมโลก แนะจับตาเงินนอกทะลักเก็งกำไรระยะสั้น คลังเผยกำลังศึกษาภาษีซ้อน
“ณรงค์ชัย” ไม่ห่วงเงินท่วมโลก แนะจับตาเงินนอกทะลักเก็งกำไรระยะสั้น คลังเผยกำลังศึกษาภาษีซ้อน
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี และ หนึ่งในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ปริมาณเงินทุนที่ไหลเข้ามายังประเทศไทยยังถือว่าไม่สูงเกินไปจนน่าห่วง แต่ควรจับตาดูการไหลเข้ามาเพื่อลงทุนเก็งกำไรในระยะสั้น แต่เชื่อว่า เงินทุนที่ไหลเข้ามาในขณะนี้ไม่น่ากระทบให้เกิดปัญหาฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งสัญญาณไปยังธนาคารพาณิชย์ให้ระวังการปล่อยกู้ และการเก็งกำไรในตลาดหุ้นแล้ว
“ขณะนี้มีเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาในไทยอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ถึงกับท่วมโลกตามที่หลายฝ่ายกังวล โดยต่างชาติมองว่าการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลยังดี จึงเกิดความเชื่อมั่นนำเงินเข้ามาลงทุน” นายณรงค์ชัย กล่าว
ปัจจุบันมีปริมาณเงินทุนของธนาคารกลางสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น อัดฉีดออกสู่ระบบเพื่อซื้อสินทรัพย์จากภาคเอกชนจำนวน 7.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐนั้น ส่วนใหญ่ได้กลับเข้าไปฝากกับธนาคารกลางทั้งสามประเทศทั้งสิ้น และมีบางส่วนที่ไหลออกไปลงทุนในประเทศกำลังพัฒนารวมถึงไทยด้วย
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้ดึงเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาลงทุนผ่าน พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เพราะการกู้เงินผ่านการออกพันธบัตรอายุ 10-15 ปี ให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3% ไม่ถือว่าต่ำและได้รับความสนใจจากเงินทุนต่างชาติ ถือว่าเป็นการช่วยบริหารเงินทุนไหลเข้าได้ดีขึ้น
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมนำข้อเสนอของภาคเอกชนมาศึกษา เพื่อลดภาระภาษีซ้ำซ้อน เมื่อนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศ เมื่อนำผลตอบแทนกลับเข้ามา ทั้งในรูปรายได้ กำไร ผลตอบแทนกำไรจากการลงทุนในหุ้น เพื่อศึกษารูปแบบจากสิงคโปร์ มาเลเซีย รองรับการแข่งขันกับเพื่อนบ้าน เพราะประเทศเหล่านี้ไม่เก็บภาษีจากนักลงทุน เพื่อนำผลตอบกลับเข้าประเทศ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้นำเงินลงทุนไหลเข้ามาลงทุนในโครงการลงทุนระยะยาว เพราะเมื่อเศรษฐกิจสหรัฐและญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัว เงินทุนเหล่านี้จะไหลกลับไปหาผลตอบแทนยังประเทศของตัวเอง







