posttoday
5 เม.ย.ไฟจะดับหรือไม่

5 เม.ย.ไฟจะดับหรือไม่

04 มีนาคม 2556

ข่าวที่ยังอยู่ในความสนใจของประชาชนจะยังคงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมบำรุงแท่นขุดเจาะก๊าซในแหล่งยาดานา ประเทศพม่า ส่งผลให้ปริมาณก๊าซหายไปวันละ 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งจะทำให้ปริมาณไฟฟ้าหายไป 4,100-6,100 เมกะวัตต์ กระทบกับการผลิตกระแสไฟฟ้า อาจมีไฟฟ้าดับในช่วงระหว่างวันที่ 510 เม.ย. 2556 โดยเฉพาะจุดเสี่ยงสูงสุดจะอยู่ในวันที่ 5 เม.ย. ผลกระทบที่มีต่อภาคประชาชนและครัวเรือนในเขต กทม. ก็จะเป็นบริเวณบางชัน ลาดพร้าว รัชดาภิเษก บางกะปิ และอีกหลายพื้นที่ ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ออกมาแจ้งว่า อาจทำให้มีกระแสไฟฟ้าตก หรืออาจปิดในระหว่างเวลา 13.00-15.00 น.

ข่าวที่ยังอยู่ในความสนใจของประชาชนจะยังคงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมบำรุงแท่นขุดเจาะก๊าซในแหล่งยาดานา ประเทศพม่า ส่งผลให้ปริมาณก๊าซหายไปวันละ 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งจะทำให้ปริมาณไฟฟ้าหายไป 4,100-6,100 เมกะวัตต์ กระทบกับการผลิตกระแสไฟฟ้า อาจมีไฟฟ้าดับในช่วงระหว่างวันที่ 510 เม.ย. 2556 โดยเฉพาะจุดเสี่ยงสูงสุดจะอยู่ในวันที่ 5 เม.ย. ผลกระทบที่มีต่อภาคประชาชนและครัวเรือนในเขต กทม. ก็จะเป็นบริเวณบางชัน ลาดพร้าว รัชดาภิเษก บางกะปิ และอีกหลายพื้นที่ ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ออกมาแจ้งว่า อาจทำให้มีกระแสไฟฟ้าตก หรืออาจปิดในระหว่างเวลา 13.00-15.00 น.

ข่าวไฟฟ้าดับได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน รัฐบาลจึงควรที่จะออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่า นอกเหนือจากวันที่ 5 เม.ย.แล้ว ยังมีวันใดอีกที่ไฟฟ้าจะมีโอกาสดับ และจะเกิดในพื้นที่ใดบ้าง รวมถึงการออกมาตรการรองรับต่างๆ ที่เหมาะสม หากเกิดไฟฟ้าดับในเวลากลางคืนจะมีผลกระทบอย่างไร

สำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ นั้น เมื่อ กฟผ.ได้ออกมาชี้แจงว่า ในเดือน เม.ย. วันที่มีความเสี่ยงที่อาจเกิดไฟฟ้าดับได้ จะมีวันที่ 5, 8, 9 และ 10 เพราะเป็นช่วงที่มีไฟฟ้าสำรองต่ำสุดที่ 7501,058 เมกะวัตต์ ต่างก็ออกมาขานรับที่จะร่วมมือในการประหยัดการใช้กระแสไฟฟ้า โดยอุตสาหกรรมขนาดใหญ่บางแห่ง เช่น โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ โรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ โรงงานผลิตเหล็ก ฯลฯ หลายโรงงานก็ได้ประกาศให้มีการหยุดงานในวันที่ 5 เม.ย. ขณะที่โรงงานขนาดใหญ่และเอสเอ็มอีอีกเป็นจำนวนมากยังไม่มีแผนรองรับเพราะยังขาดข้อมูลที่ชัดเจนจากภาครัฐ

นอกจากนี้ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่งได้เตรียมมาตรการการประหยัดพลังงาน เช่น การปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศสำหรับในช่วงวันและเวลาที่มีความเสี่ยง แต่หากจะให้ได้ผลจริง วันที่ 5 เม.ย. ควรมีการประกาศลดเวลาการให้บริการของห้างสรรพสินค้า ขณะที่ภาคราชการก็ได้มีการดำเนินการเตรียมการประหยัดพลังงานด้วยการรณรงค์ให้ประหยัดไฟฟ้า โดยเฉพาะการปรับเพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้สูงขึ้น โดยรัฐบาลได้แจ้งว่าให้นักการเมืองและข้าราชการไม่ต้องใส่สูทผูกเนกไท ซึ่งควรทำมาตั้งนานแล้วเพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อน

ในจังหวะช่วงเวลาที่เหมาะสมนี้ ภาครัฐบาลอาจเป็นกระทรวงวัฒนธรรมที่ควรจะกำหนดให้มีเครื่องแต่งกายประจำชาติ หรือ National Dressing ซึ่งครั้งหนึ่งเราก็เคยมีแบบเสื้อพระราชทาน โดยอาจนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับปัจจุบัน หรือให้มีการประกวดโดยดีไซเนอร์ชั้นนำจากในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้มีเครื่องแต่งกายประจำชาติ ทั้งนี้เรื่องการประหยัดพลังงานไม่ควรใช้ในช่วงเฉพาะเดือน เม.ย. แต่รัฐบาลจะต้องทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง และต้องเร่งจัดหาพลังงานทดแทนต่างๆ เช่น ก๊าซชีวภาพ พลังงานแสงอาทิตย์ และการนำถ่านหินสะอาดที่ได้รับการยอมรับเข้ามาผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อทดแทนการใช้ก๊าซให้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่นคงทั้งต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน