
บัวหลวงออกหุ้นกู้100ปี1.5แสนล.
ธนาคารกรุงเทพ เตรียมออกหุ้นกู้ อายุ 100 ปี วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท เพื่อเตรียมไว้ขยายธุรกิจ
ธนาคารกรุงเทพ เตรียมออกหุ้นกู้ อายุ 100 ปี วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท เพื่อเตรียมไว้ขยายธุรกิจ
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า คณะกรรมการธนาคารจะขอที่ประชุมผู้ถือหุ้น ออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ/ไม่ด้อยสิทธิ วงเงินไม่เกิน 1.5 แสนล้านบาท ระยะเวลาไถ่ถอนไม่เกิน 100 ปี หรือมูลค่าเทียบเท่าในเงินสกุลอื่น เพื่อเสนอขายต่อผู้ลงทุนในประเทศและต่างประเทศ โดยสัดส่วนการขายแล้วแต่จะมีการกำหนดในภายหลัง
ทั้งนี้ ธนาคารสามารถไถ่ถอนหุ้นกู้คืนได้ก่อนกำหนด หรือจะไถ่ถอนครบกำหนดก็ได้ตามเงื่อนไขแต่ละคราว และออกตราสารหลายๆ ประเภทออกจำหน่ายในเวลาเดียวกัน หรือทยอยขายก็ได้
นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารไม่ได้ขอที่ประชุมผู้ถือหุ้นออกหุ้นกู้เป็นเวลา 45 ปีมาแล้ว และวงเงินที่ขอในระดับแสนล้านบาทนี้ เป็นการขอเผื่อไว้ในการทยอยออกหุ้นกู้ทีละคราว ส่วนการไถ่ถอนที่ระบุไม่เกิน 100 ปีนั้น หมายถึงหากธนาคารจะออกหุ้นกู้ก็สามารถขอออกระยะเวลาเท่าใดก็ได้ เป็นการเปิดช่องเอาไว้ในอนาคต
ทั้งนี้ธนาคารเคยขอที่ประชุมผู้ถือหุ้นออกหุ้นกู้ในระดับแสนล้านบาทนานมาแล้ว จึงไม่ใช่ครั้งแรกที่ขอออกหุ้นกู้ในวงเงินระดับนี้
นายไชยฤทธิ์ กล่าวว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาอัตราการเติบโตเศรษฐกิจของไทยขยายตัวมาก เศรษฐกิจไทยยังไปได้ดี และธุรกิจธนาคารพาณิชย์ก็เติบโตตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในปี 2558 จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ไทยก็จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนด้วยภูมิศาสตร์ที่เอื้อต่อภาคธุรกิจ ก็ยิ่งทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อีกมาก ธนาคารจึงมองว่าควรขอผู้ถือหุ้นออกหุ้นกู้เผื่อไว้สำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต
สำหรับผลประกอบการของธนาคาร และบริษัทย่อย ปี 2555 มีกำไรสุทธิ 33,021 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,684 ล้านบาท หรือ 20.8% จากปี 2554 โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 2,256 ล้านบาท รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 920 ล้านบาทค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 1,802 ล้านบาท
ทั้งนี้ในปี 2555 ธนาคารมีสินเชื่อจำนวน 1,604,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133,993 ล้านบาท หรือ 9.1% จากสิ้นปี 2554 เป็นการเติบโตจากลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ ลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี และลูกค้าบุคคล
ขณะที่คุณภาพสินเชื่อลดลงจาก 2.7% ในปี 2554 เป็น 2.3% ในปี 2555 โดยธนาคารมีสินเชื่อด้อยคุณภาพลดลงเหลือ 42,325 ล้านบาท และมีสัดส่วนสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ 206.9%







