posttoday
เพิ่มมูลค่ายางพาราขึ้นเบอร์หนึ่งอาเซียน

เพิ่มมูลค่ายางพาราขึ้นเบอร์หนึ่งอาเซียน

01 มีนาคม 2556

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน


ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำยางติดอันดับ 1 ของโลกมาหลายปี ผู้ผลิตน้ำยางเข้มข้น อุตสาหกรรมยางพารา และภาครัฐ อย่างมาก แต่ถ้าดูเรื่องรายได้กลับพบว่า สหรัฐอเมริกา จีน ยุโรป และมาเลเซีย ที่เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ของไทย สามารถสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ยางพาราแปรรูปได้เป็นกอบเป็นกำ แซงหน้าไทยไปหลายช่วงตัว

วันนี้หน่วยงานวิจัยและกระทรวงอุตสาหกรรมจึงต้องระดมสมองหาช่องเพิ่มมูลค่าให้ยางพาราไทย อาทิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ตามติดประเทศผู้ซื้อรายใหญ่ให้ใกล้ขึ้น

สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และประธานราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากกระตุ้นให้เอกชนไทยเข้ามาร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยต่างๆ เพื่อร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางพารา โดยเฉพาะมุ่งพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพและอุปกรณ์การแพทย์จากยางพารา เพราะส่วนใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศ มีราคาแพงกว่าผลิตในประเทศ 45 เท่า

ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปแล้วจะสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นจากเดิมได้ 5-6 เท่า ปัจจุบันไทยส่งออกยางพารามูลค่า 2 แสนล้านบาท แต่เป็นน้ำยางดิบ 85% เป็นผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปเพียง 15% หากเพิ่มมูลค่าส่งออกได้มากขึ้น อุตสาหกรรมยางพาราไทยมีโอกาสเติบโตถึงระดับ 1 ล้านล้านบาท

อิทธิชัย ปัทมสิริวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางพาราที่มีโอกาสพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการไทยได้แก่ 1.กลุ่มผิวหนังและความงาม สามารถพัฒนาไปผลิตเป็นแผ่นปิดแผล หรือแผ่นมาร์กหน้า และเครื่องมือทางความงามชนิดต่างๆ

2.ถุงมือทางการแพทย์ สามารถเพิ่มมูลค่า ด้วยการผลิตสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการแพ้เครื่องมือการแพทย์ 3.รองเท้าสุขภาพและรองเท้าทางการแพทย์ ควรพัฒนาให้เหมาะสมกับสรีระของคนไทยและคนในอาเซียน 4.ผลิตภัณฑ์ เสื้อผ้าและผ้าทางการแพทย์ต่างๆ ที่ผลิตจากยางพารา ควรเพิ่มความเป็นนวัตกรรมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 5.เครื่องมือทางการแพทย์ต่างๆ ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

6.กลุ่มรถเข็น รถพยาบาล และเตียง มุ่งสร้างนวัตกรรมใหม่และใช้งานให้หลากหลาย 7.การผลิตอุปกรณ์ที่ใช้เครื่องจักรมาใช้แทนแรงงานคนมากขึ้น โดยมุ่งผลิตอุปกรณ์ออโตเมติก ที่มีความซับซ้อนปานกลางและสูง ราคาถูกกว่านำเข้า 8.ผลิตอุปกรณ์และชุดตรวจวินิจฉัยต่างๆ เพิ่มมูลค่าสินค้าให้มากขึ้น 9.ผลิตระบบซอฟต์แวร์และระบบให้บริการต่างๆ มาตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากขึ้น

วรเทพ วงศาสุทธิกุล อุปนายกสมาคมน้ำยางข้นไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมยางพาราไทยมีอนาคตสดใสรออยู่ และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มหาศาล แต่อุปสรรคของยางพาราไทยอยู่ที่เมื่อผู้ประกอบการผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ออกมาแล้วไม่สามารถขายในประเทศได้ เนื่องจากหน่วยงานรัฐไม่ซื้อสินค้าจากผู้ผลิตไทย โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข หากมีการประกาศหรือออกกฎให้โรงพยาบาลทุกแห่งต้องซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์จากไทยจะเป็นโอกาสที่ดี

นอกจากนี้ ภาครัฐควรกำหนดทิศทางราคายางให้ชัดเจน หากต้องการให้ราคายางพาราสูงก็อาจกระทบต่อผู้ผลิตอุตสาหกรรมยางพาราแปรรูปได้ หากไม่กำหนดแผนที่สอดคล้องกันโอกาสที่ยางพาราไทยจะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในอนาคตก็จะยากลำบาก

สวัสดิ์ ตันตระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวว่า ปัจจุบันงบประมาณที่ภาครัฐให้แก่การวิจัยจำนวนน้อย โดยปีนี้ภาครัฐให้งบแก่การวิจัยประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อนำไปวิจัยด้านต่างๆ รวม 11 เรื่อง น้อยกว่าที่ขอไปรวมวงเงิน 2,500 ล้านบาท

ขณะเดียวกันตลาดในอาเซียนพบว่าประเทศที่ให้ความสนใจวิจัยและพัฒนาสูงสุดคือ สิงคโปร์ รองลงมาคือ มาเลเซีย และไทย โดยมาเลเซียแซงหน้าไทยไป 23 ปีแล้ว หากภาครัฐยังไม่สนับสนุนและให้ความสำคัญวิจัยมากขึ้น อนาคตอันใกล้มีโอกาสที่เวียดนามจะแซงหน้าไทย จากปัจจุบันอยู่อันดับ 4

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ