
กนอ.ยุทธศาสตร์เชิงรุกหนุนไทยไปต่างประเทศ
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จัดทำยุทธศาสตร์ส่งเสริมนิคมอุตสาหกรรมติดอาวุธการลงทุนไทยแข่งเวทีอาเซียน
วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของ กนอ.ฉบับใหม่ มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงไทยกับต่างประเทศ รวมทั้งการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างครบวงจร สอดรับกับแนวทางของภาครัฐที่จัดทำยุทธศาสตร์การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดย กนอ.จะแบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 แนวทาง ได้แก่ การพัฒนาที่มุ่งเน้นคลัสเตอร์อุตสาหกรรม และการพัฒนาที่มุ่งเน้นพื้นที่
ทั้งนี้ กนอ.ได้กำหนดคลัสเตอร์เป้าหมายที่สำคัญไว้ เช่น คลัสเตอร์อากาศยาน ที่ จ.นครราชสีมา คลัสเตอร์เม็ดพลาสติก เน้นการลงทุนอุตสาหกรรมปลายน้ำเพิ่มมูลค่า คลัสเตอร์การจัดการของเสียอย่างครบวงจร คลัสเตอร์ท่องเที่ยวและบริการ เป็นต้น
ในส่วนของการพัฒนาในเชิงพื้นที่ จะแบ่งเป็นการพัฒนาที่เชื่อมโยงกับระเบียงเศรษฐกิจ เช่น พื้นที่ภาคใต้เชื่อมโยงกับโครงการทวาย ที่ จ.กาญจนบุรี หรือนิคมพุน้ำร้อน โดยมีเป้าหมายให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ เพื่อให้บริการแก่ผู้ประกอบการในการขนส่งสินค้า หรือเป็นจุดพักสินค้า กระจายสินค้า ส่วนพื้นที่เหนือใต้ (คุนหมิงลาวเชียงราย) นิคมอุตสาหกรรมเชียงของจะเป็นจุดเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการเช่นเดียวกัน
ขณะนี้ กนอ.อยู่ระหว่างการจัดทำแผนและจัดหาสิทธิประโยชน์เพื่อชักจูงให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่เป้าหมาย และจะนำเสนอแนวทางการชักจูงการลงทุนต่อคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (บอร์ด) ในวันที่ 28 ก.พ. 2556 นี้
ธนินทร์ ผะเอม รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า โอกาสของนิคมไทยในต่างประเทศมีอยู่มาก เพราะมีโครงการต่างๆ เอื้อประโยชน์ให้เกิดความเชื่อมโยงค่อนข้างมากในปัจจุบัน เช่น โครงการเชื่อมโยงอีสเทิร์นซีบอร์ดกับทวาย โครงการสะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 4 เชื่อมจีนตอนใต้ เป็นต้น ดังนั้นควรมีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลและให้คำปรึกษาการลงทุนในต่างประเทศ มาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ และการสนับสนุนด้านการเงินให้แก่เอสเอ็มอีผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อปล่อยสินเชื่อและจูงใจการลงทุน
&<2288;
โครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงภูมิภาคทั้งถนน รถไฟ และท่าเรือ นโยบายส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ โดยกนอ.มีนิคมฯนำร่อง ได้แก่ นิคมฯ ทวาย ในเมียนมาร์ และนิคมฯคุนหมิง ประเทศจีน ซึ่งโครงการทวายจะช่วยสนับสนุนบทบาทการเป็นศูนย์กลางให้บริการโลจิสติกส์ของไทย และเป็นโอกาสให้ภาคเอกชนไทยขยายบริการโลจิสติกในภูมิภาค
โชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ความพร้อมของนักลงทุนไทยที่จะออกไปลงทุนต่างประเทศ ถือว่ามีความพร้อมในระดับหนึ่ง เพราะนโยบายในปัจจุบันค่อนข้างชัดเจนว่ารัฐบาลจะสนับสนุนการลงทุนไทยในต่างประเทศ แต่การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยังทำได้ไม่เต็มที่ เพราะต้องมีการบูรณาการ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ช้าหากระดับผู้บริหารประเทศไม่ลงมือจัดการเอง
ทั้งนี้ ในส่วนของบีโอไอมองว่าประเทศเป้าหมายของนักลงทุนไทย ได้แก่ อินโดนีเซีย เมียนมาร์ และเวียดนาม โดยขณะนี้ได้จัดทำข้อมูลเชิงลึกเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักลงทุน และหากนักลงทุนสนใจก็มีการจัดโรดโชว์เพื่อไปสำรวจช่องทางการลงทุนด้วย







