
ทริกเกอร์ฟันด์ ทพร้ายนักลงทุน? มองสั้นไม่ลงทุนยาว
แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะทำปรากฏการณ์ “นิวไฮ” ไม่หยุดหย่อน แต่กองทุนที่ตั้งเป้าหมายผลตอบแทนที่เรียกว่า ทาร์เก็ตฟันด์ หรือ ทริกเกอร์ฟันด์ ก็ยังกล้าหาญที่จะสร้างปรากฏการณ์ “ออกได้ขายดี” กันอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะทำปรากฏการณ์ “นิวไฮ” ไม่หยุดหย่อน แต่กองทุนที่ตั้งเป้าหมายผลตอบแทนที่เรียกว่า ทาร์เก็ตฟันด์ หรือ ทริกเกอร์ฟันด์ ก็ยังกล้าหาญที่จะสร้างปรากฏการณ์ “ออกได้ขายดี” กันอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) พบว่า เพียงแค่ 46 วันนับตั้งแต่ต้นปี มีทริกเกอร์ฟันด์ออกมาแล้ว 18 กองทุน และมูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมกันประมาณ 22,120 หมื่นล้านบาท เกือบจะเท่ากับมูลค่าที่ออกมาในปี 2555 ที่ 22,125 หมื่นล้านบาท จำนวน 52 กองทุน
ถ้านับจนถึงวันนี้ก็คงจะแซงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว
แรงยังดีแต่กำไรแผ่ว
ปีที่แล้วทริกเกอร์ฟันด์ที่ตั้งเป้าหมายผลตอบแทน 710% พากัน “เข้าเป้า” โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน แต่ในปีนี้ที่ว่าการออกกองทุนใหม่จะยังแรงดีไม่มีตก แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าผลตอบแทนเป้าหมายเริ่มจะเตี้ยลงเรื่อยๆ และเริ่มจะขยับจากตลาดหุ้นไทยไปตลาดหุ้นต่างประเทศ เช่น หุ้นจีน มากขึ้น
ตัวอย่างเช่น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ ซึ่งออกทริกเกอร์ฟันด์ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2555 และในปีนี้สามารถทำผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายไปแล้ว 7 กองทุน โดยกองทุนล่าสุด คือ ทิสโก้ สเปเชี่ยล โบนัส 6 ลงทุนในประเทศ ทำผลตอบแทนได้ 6% ตามเป้าหมายได้ภายในเวลา 3 เดือน
แต่ถ้าเป็นทริกเกอร์ฟันด์ที่ลงทุนหุ้นจีน ทิสโก้ยังตั้งเป้าหมายไว้ที่ 8% และเดินหน้าทำผลตอบแทนให้เข้าเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ บลจ.ธนชาต อยู่ระหว่างเสนอขายกองทุนเปิดธนชาต Smart Fund 2 เน้นลงทุนหุ้นไทย โดยตั้งเป้าหมายผลตอบแทนไว้ที่ 5% ซึ่ง บุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ธนชาต เชื่อว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
“เรามองว่าตลาดหุ้นไทยยังไม่แพงมากและเป้าหมายที่ 5% น่าจะสร้างผลตอบแทนได้” บุญชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม รูปแบบของทริกเกอร์ฟันด์ระยะหลังจะจดทะเบียนเป็นกองทุนผสมจึงมีความยืดหยุ่น ทำให้ผู้จัดการกองทุนสามารถลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นมาพักอยู่ในตราสารหนี้หรือเงินฝากได้ หากตลาดหุ้นไม่เป็นใจ
และอีกรูปแบบหนึ่งที่ทริกเกอร์ฟันด์นำมาใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน คือ ทยอยจ่ายผลตอบแทนคืนเป็นรอบๆ เช่น กองทุนเปิด เอ็มเอฟซีสปอท 33 ซีรีส์ 9 ของ บลจ.เอ็มเอฟซี ที่มีนโยบายลงทุนหุ้นและตราสารหนี้ในประเทศ โดยตั้งเป้าหมายผลตอบแทนรวม 6% แต่จะแบ่งเป็น 3% สองรอบ
นอกจากนี้ ยังมีอีกหลาย บลจ.ที่รอจังหวะเหมาะๆ ที่จะออกทริกเกอร์ฟันด์มาเอาใจนักลงทุน
จับกลุ่มลูกค้าเงินฝาก!
แม้จะเป็นกองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้น แต่ลูกค้าเป้าหมายกลับเป็น “ลูกค้าเงินฝาก” และน่าจะเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกองทุนรูปแบบนี้
ธีรพันธุ์ จิตตาลาน กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ฟินันซ่า ยอมรับว่า ทริกเกอร์ฟันด์เป็นกองทุนที่ทำให้ลูกค้าเงินฝากธนาคารหันมาสนใจกองทุนได้ นอกเหนือจากกองทุนที่กำหนดอายุลงทุนชัดเจนหรือเทอมฟันด์ที่ลงทุนในตราสารหนี้และประมาณการผลตอบแทนแน่นอนให้ลูกค้าทราบ
เช่นเดียวกับ บุญชัย ที่บอกว่า การออกกองทุนประเภทนี้เป็นเพราะลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเงินฝาก
“ลูกค้าเงินฝากต้องการรู้ผลตอบแทนที่แน่นอน จึงต้องออกกองทุนประเภทนี้มารองรับ ขณะเดียวกันได้อธิบายให้ลูกค้าเข้าใจถึงนโยบายการลงทุนในหุ้นและความเสี่ยงจากการลงทุนด้วย” บุญชัย กล่าว
ขณะที่ ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.กรุงศรี เตือนให้นักลงทุนระมัดระวังในการลงทุนทริกเกอร์ฟันด์ เพราะจริงๆ แล้ว ทริกเกอร์ฟันด์มีความเสี่ยงสูงมากกว่ากองทุนหุ้นทั่วไป เนื่องจากจำกัดกำไร แต่ขาดทุนได้ไม่จำกัด
“ปีนี้จะมีทริกเกอร์ฟันด์ออกมาจำนวนมาก และภาวะตลาดหุ้นเอื้ออำนวยให้ออกกองทุนประเภทนี้ แต่จะลงทุนได้ถูกจังหวะหรือไม่ เพราะไม่มีใครสามารถลงทุนได้ถูกจังหวะตลอดเวลา ฉะนั้นควรให้ความสำคัญกับจังหวะเวลามากกว่าที่จะให้ความสำคัญเรื่องอัตราผลตอบแทน” ประภาส กล่าว
สอนให้มองสั้น?
ในขณะที่ บลจ. และนักลงทุน กำลังสนุกสนานกับทริกเกอร์ฟันด์ จนทำให้ลืมอะไรบางอย่างที่ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของคนในแวดวงการลงทุน นั่นคือการส่งเสริมให้คนไทยเรียนรู้การลงทุนระยะยาว
วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง กล่าวว่า ทริกเกอร์ฟันด์ทำให้นักลงทุนติดกับดักการลงทุนระยะสั้น และหวังแต่ผลกำไรระยะสั้น แต่อยากให้นักลงทุนมองการลงทุนระยะยาวมากกว่า
นอกจากนี้ วรวรรณ ยังกล่าวอีกว่า “คนขายกองทุนเองก็ยังไม่เข้าใจว่าขายอะไร ทำให้ไปบอกกับคนซื้อว่า ได้ผลตอบแทนแน่ๆ ขณะที่คนซื้อก็ไม่รู้ความเสี่ยงที่แท้จริง อยากให้นักลงทุนลงทุนกองทุนหุ้นด้วยความเข้าใจมากกว่าลงทุนเพราะความโลภ”







