posttoday
ชุมชน...ต่อลมหายใจเมืองโบราณ

ชุมชน...ต่อลมหายใจเมืองโบราณ

22 กุมภาพันธ์ 2556

โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

สัปดาห์ก่อนมีโอกาสตามคณะของกรมศิลปากรไปชมหลักฐานทางโบราณคดีที่เพิ่งค้นพบล่าสุดที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมา

หลักฐานทางโบราณคดีชิ้นล่าสุดถูกค้นพบเมื่อวันที่ 19 ม.ค. สันนิษฐานว่าเป็นประติมากรรมเทวรูปพระนารายณ์ทำจากหินทรายอายุกว่า 1,300 ปี มีเฉพาะช่วงพระวรกาย ขณะที่พระเศียร พระพาหุ (แขน) ทั้ง 2 ข้าง และส่วนใต้พระชานุ (เข่า) 2 ข้าง แตกหักไป

คณะขุดค้นของอุทยานฯ พบวัตถุชิ้นนี้ในระหว่างดำเนินการขุดลอกคูเมืองด้านทิศตะวันตก ใช้งบประมาณตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง โดยเป็นศิลปะแบบเทวรูปรุ่นเก่า คล้ายคลึงกับเทวรูปพระนารายณ์ที่พบในบริเวณเมืองศรีเทพ และในเขตพื้นที่อื่นๆ เช่น จ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ปราจีนบุรี รวมทั้งเมืองออกแอว บริเวณปากแม่น้ำโขงในเวียดนาม ซึ่งเคยเป็นเมืองท่าสมัยอาณาจักรฟูนัน

พงศ์ธันว์ สำเภาเงิน หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อธิบายว่า ความพิเศษของเทวรูปชิ้นนี้อยู่ที่การสร้างความงามของพระนารายณ์ในแบบอุดมคติ ตั้งแต่ช่วงพระอุทร (ท้อง) มีความอ่อนช้อย ไม่ปรากฏลักษณะทางกายวิภาคของมนุษย์ทั่วไป ลวดลายผ้าคาดเอวและชายผ้านุ่งสลักอย่างประณีตบรรจงด้วยลายเส้นบาง คม และชัด ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของศิลปะสมัยฟูนันที่มีความอ่อนโยน พระพักตร์ยิ้มแย้มเป็นมิตร และเก่าแก่กว่ายุคก่อนเมืองพระนคร (นครวัด) ที่ศิลปะขอมจะเน้นพระพักตร์ดุดันแสดงอำนาจ น่าเกรงขาม

ที่ผ่านมาพบการกระจายตัวของเทวรูปพระนารายณ์ในยุคเก่า สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างแหล่งโบราณคดีในเขตตอนกลางของไทยกับแหล่งเมืองท่าในภาคใต้และเวียดนาม ที่น่าจะมีการติดต่อค้าขายทางทะเล หรือมีการนำเข้าเทวรูปจากที่อื่น ก่อนที่อาณาจักรฟูนันจะล่มสลาย และถูกเจนละยึดครอง ซึ่งจะตอบโจทย์กลุ่มเทวรูปที่เคยพบก่อนหน้านี้ ส่วนความเสียหายน่าจะเกิดจากการทำลายโดยฝีมือมนุษย์ในช่วงเปลี่ยนลัทธิศาสนา มากกว่าเสียหายตามธรรมชาติ เนื่องจากเทวรูปชิ้นล่าสุดถูกแช่ในสถานที่ชื้นแฉะมานาน จึงต้องส่งไปดำเนินการเสริมความแข็งแรง ซึ่งต้องใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการรักษา และนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ต่อไป

นอกจากนี้ อุทยานฯ ยังค้นพบสระแก้ว สระน้ำโบราณคู่เมืองโบราณแห่งนี้ โดยพบแนวขั้นบันไดศิลาแลงทางทิศตะวันตก ตะวันออก และทิศเหนือ ส่วนทิศใต้เป็นทางลาดสำหรับวัวควาย รวมทั้งพบหลักฐานสำคัญ ได้แก่ จารึกอักษรปัลลวะ ช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 เครื่องปั้นดินเผาสมัยทวารวดี หินบดยา แสดงถึงการใช้สระน้ำในการบริโภคอุปโภค และใช้ในการเกษตร จากนี้จะเร่งเสริมความแข็งแรงเพื่อกักเก็บน้ำไว้ให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ต่อไป เหมือนเช่นที่ผ่านมา

น่าสนใจว่า การอยู่ร่วมกับชุมชนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับแหล่งโบราณสถาน มากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวหรือเม็ดเงินใช้จ่าย

หัวหน้าพงศ์ธันว์ หยิบยกกรณีของอุทยานฯ ศรีเทพ ที่สะท้อนถึงการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างกลมกลืน เพราะเมื่อดูจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2552 ซึ่งขุดพบโบราณสถานเขาคลังนอก จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากก่อนหน้านั้น เมื่อกางตัวเลขนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ บางคนมาเยี่ยมชมบ่อยครั้ง บอกถึงความสนอกสนใจของคนในพื้นที่ ประกอบกับเมื่อ จ.เพชรบูรณ์ ทำแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวเขาค้อและภูทับเบิก ที่เมืองศรีเทพเป็นทางผ่าน ทำให้ยอดผู้เข้าชมอุทยานฯ ศรีเทพเพิ่มขึ้น จากเดิมในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2555 อยู่ที่ 3,000 คน แต่ในปี 2556 อยู่ที่ 6,000 คน

อุทยานฯ ศรีเทพเป็นเหมือนสนามเด็กเล่นของเด็กๆ ในพื้นที่ เมื่อมีโครงการขุดค้นใดๆ เด็กเหล่านี้ก็จะเข้ามามีส่วนร่วม เจ้าหน้าที่ก็เป็นคนพื้นที่ เป็นการอยู่ร่วมกันระหว่างอุทยานฯ กับชุมชนโดยรอบ และพวกเขาก็ทำหน้าที่ดูแลเมืองโบราณแห่งนี้ ซึ่งเป็นทั้งศูนย์รวมจิตใจ และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่สำคัญ

สำหรับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่อาจทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น การบำรุงรักษาแหล่งโบราณสถานก็ต้องพิจารณาความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวให้ทั่วถึงด้วย และการรองรับกระแสอาเซียนก็น่าจะเป็นเรื่องภาษา การสื่อสาร การสื่อสัญญาณต่างๆ เป็นสำคัญ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ