
โมรินดา ป้องแชมป์น้ำลูกยอชูจุดขายความต่างควบคู่คุณภาพ
กว่า 13 ปีแล้ว ที่ โมรินดา เวิร์ลไวด์ (ประเทศไทย) ถือเป็นผู้บุกเบิกตลาดน้ำลูกยอ แบรนด์ “ตาฮิเตียนโนนิ” ในเมืองไทยผ่านช่องทางการขายตรง พร้อมกับชูจุดขายที่แตกต่างว่าเป็นน้ำลูกยอคุณภาพสูง ผลิตในสหรัฐอเมริกา ว่าช่วยดูแลรักษาสุขภาพ โดยในช่วงแรกที่ทำตลาดจะเน้นขายสินค้าเพียงชิ้นเดียวก่อนจะแตกไลน์สินค้าไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางด้านความงามและสินค้าเพื่อดูแลรูปร่าง
กว่า 13 ปีแล้ว ที่ โมรินดา เวิร์ลไวด์ (ประเทศไทย) ถือเป็นผู้บุกเบิกตลาดน้ำลูกยอ แบรนด์ “ตาฮิเตียนโนนิ” ในเมืองไทยผ่านช่องทางการขายตรง พร้อมกับชูจุดขายที่แตกต่างว่าเป็นน้ำลูกยอคุณภาพสูง ผลิตในสหรัฐอเมริกา ว่าช่วยดูแลรักษาสุขภาพ โดยในช่วงแรกที่ทำตลาดจะเน้นขายสินค้าเพียงชิ้นเดียวก่อนจะแตกไลน์สินค้าไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางด้านความงามและสินค้าเพื่อดูแลรูปร่าง
วิภารัตน์ รัตนพรหมมา ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท โมรินดา เวิร์ลไวด์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า โมรินดาอยู่ในตลาดโลกมานาน 16 ปี ปัจจุบันมีสาขาอยู่ทั่วโลก 76 แห่ง โดยนโยบายการดำเนินธุรกิจมุ่งให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพสินค้าเป็นอันดับต้นๆ ในแต่ละปีจะมีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการลงทุนด้านเทคโนโลยีการผลิตเพื่อให้สามารถรองรับการขยายตัวของธุรกิจ
ทั้งนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา ทีมวิจัยและพัฒนาสินค้าของบริษัทฯ ยังค้นพบอีกว่า ลูกยอ หรือโนนิ อุดมด้วยสารอาหารที่เรียกว่า “อิริดอยส์” มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระมากกว่า 32 ชนิด จึงต้องตอกย้ำความเป็นต้นตำรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ใช้ลูกยอเป็นวัตถุดิบหลักเพื่อให้ผู้บริโภคจดจำ เมื่อมองหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากลูกยอ ต้องนึกถึง “ตาฮิเตียนโนนิ” เป็นยี่ห้อแรก
ปัจจุบัน โมรินดาได้แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ 1.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตาฮิเตียนโนนิ จากเดิมที่มีเพียงสูตรออริจินัล เพิ่มอีก 3 สูตร คือ เอ็กซ์ตร้า เพียว และแฟมมิลี่ กลุ่ม 2.ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า ภายใต้ชื่อ “Defy” และ 3.ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลรูปร่าง ภายใต้ชื่อ “FIT” ซึ่งจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยไตรมาส 2 ปีนี้
ล่าสุดจะมีการเปิดตัวแบรนด์สินค้าใหม่ เครื่องสแกน TruAge ที่จะใช้เป็นตัวกลางในการตรวจวัดระดับอายุภายในร่างกายควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์ MAX เพื่อช่วยให้ดูอ่อนเยาว์
สำหรับการดำเนินงานของโมรินดายังคงใช้กลยุทธ์หลัก โดยการขยายเครือข่ายในรูปแบบปากต่อปาก คือ ใช้ดีแล้วบอกต่อสู่เพื่อน ญาติพี่น้อง หรือบุคคล ที่เราอยากให้เขามีสุขภาพที่ดี ซึ่งที่ผ่านมาถือว่ากลยุทธ์ดังกล่าวได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ทำให้บริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทยังมีเน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ให้เป็นที่ยอมรับทั่วประเทศและในทุกกลุ่มบุคคล ซึ่งการยอมรับในที่นี้ หมายถึง ผู้บริโภคอยากจะเข้ามามีส่วนร่วมกับบริษัทด้วยใจ ไม่ใช่การบีบบังคับ หรือเพียงเพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจ
ขณะเดียวกัน บริษัทต้องมีระบบการจำหน่ายสินค้าที่ทุกคนสามารถซื้อได้สะดวก และมีบรรจุภัณฑ์ที่พกพาได้ง่าย พร้อมกันนี้ต้องมีสินค้าให้เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค สามารถส่งถึงมือผู้บริโภคได้รวดเร็วและต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดี
ด้านแผนการจ่ายผลตอบแทนของบริษัทจะเน้นการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน มีการจ่ายคอมมิชชันให้กับผู้จำหน่ายอิสระสูงสุดถึง 53% และตลอดปีจะมีทริปการเดินทางเพื่อมอบเป็นรางวัลให้กับตัวแทนจำหน่าย เช่น งาน International Leadership Conference 2013 ที่จะจัดขึ้นบนเกาะฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 1014 เม.ย.นี้ และงาน Vision Retreat 2013 ที่จะจัดขึ้นบนเรือสำราญล่องไปยัง 3 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ช่วงกลางเดือน ก.ย. รวมไปถึงงาน Jade Retreat 2013 ที่จะจัดขึ้นในเดือน พ.ย.ของทุกปี โดยในปีนี้จะจัดขึ้นที่ประเทศเกาหลีใต้
“ทริปต่างประเทศเป็นโปรแกรมที่ทุกประเทศทำเหมือนกัน เรียกว่า โกลบอล โปรโมชัน ส่วน โลคัล โปรโมชัน จะต่างกันไปในแต่ละประเทศ โดยในส่วนของประเทศไทยเองก็ได้มีการจัดทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสนับสนุนการทำงานของที่ปรึกษาฯ เช่นเดียวกัน อาทิ งาน Leadership Training 2 วัน 1 คืน กิจกรรม One Day Trip เป็นต้น” วิภารัตน์ กล่าว
สำหรับภาพรวมของบริษัท เมื่อปีที่ผ่านมา สามารถสร้างยอดขายให้เติบโตขึ้นมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับปี 2554 และคาดว่าปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาเช่นกัน เนื่องจากผู้บริโภคไทยให้การยอมรับกับสินค้ามากขึ้น
วิภารัตน์ กล่าวอีกว่า ภาพรวมธุรกิจขายตรงในประเทศไทยยังคงมีการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น โดยเฉพาะในปีนี้ที่จะมีบริษัทต่างชาติเข้ามาเปิดกิจการอีกจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมของธุรกิจขายตรงปัจจุบัน 6 หมื่นล้านบาท ขยับขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 50% ปีนี้
แต่สิ่งที่น่าเป็นกังวลคือ ธุรกิจขายตรงจะถูกโฟกัสไปในเรื่องของแผนการจ่ายผลตอบแทนมากกว่าเรื่องของคุณภาพสินค้า ผู้ที่เข้ามาเป็นนักธุรกิจอิสระจึงอาจตกเป็นเหยื่อของบริษัทที่อาจจะไม่โปร่งใส โดยนำรายได้มาเป็นตัวชักนำให้เข้าสู่ธุรกิจ ส่งผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจขายตรง







