
รถไฟ 2 ชาติ
การคมนาคมขนส่งที่สะดวกรวดเร็ว ช่วยสร้างโอกาสและผลักดันเศรษฐกิจให้ก้าวหน้า โดยเฉพาะในโลกยุคไร้พรมแดนและกระแสการรวมกลุ่มในระดับภูมิภาค รวมถึงอาเซียนที่เตรียมก้าวสู่ประชาคมเดียวกัน
การคมนาคมขนส่งที่สะดวกรวดเร็ว ช่วยสร้างโอกาสและผลักดันเศรษฐกิจให้ก้าวหน้า โดยเฉพาะในโลกยุคไร้พรมแดนและกระแสการรวมกลุ่มในระดับภูมิภาค รวมถึงอาเซียนที่เตรียมก้าวสู่ประชาคมเดียวกัน
แม้ในหลักการ การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศจะเป็นแนวคิดที่ดี แต่ในทางปฏิบัติก็ยังติดปัญหาหลายประการ ทั้งเรื่องกฎระเบียบ พิธีการศุลกากรที่แตกต่างกัน รวมถึงเรื่องความมั่นคง
ทว่าหากแต่ละประเทศสามารถหาทางออกร่วมกันได้ ก็หมายถึงผลประโยชน์ที่จะตามมา อย่างกรณีของ “สิงคโปร์” และ “มาเลเซีย” เพื่อนบ้านทางใต้ ที่ล่าสุดผู้นำของทั้งสองประเทศเพิ่งประกาศจับมือสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมระหว่างสิงคโปร์ และกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย โดยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในปี 2563
โครงข่ายรถไฟไฮสปีดเชื่อม 2 แผ่นดินนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนเกมที่สำคัญ และเปลี่ยนแปลงวิธีทำธุรกิจของทั้ง 2 ประเทศ รวมถึงการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างกันของพลเมือง 2 ชาติ เพราะจะช่วยย่นระยะเวลาเหลือ 90 นาที จากปัจจุบันที่การเดินทางโดยรถยนต์ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง ขณะที่เดินทางโดยรถประจำทางกินเวลามากถึง 5 ชั่วโมง
ประธานาธิบดีลีเซียนลูง แห่งสิงคโปร์ กล่าวว่า เส้นทางรถไฟนี้ถือเป็นโครงการเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง 2 ประเทศ และนี่จะเปลี่ยนมุมมองที่มีต่ออีกฝ่ายหนึ่ง เหมือนที่คนอังกฤษและฝรั่งเศสมองผ่านเส้นทางรถไฟสายลอนดอนปารีส เพราะในฐานะเมืองแฝด ใครๆก็สามารถเดินทาง ทำธุรกิจ พบปะเพื่อน กินข้าว และกลับบ้าน ภายในเวลาไม่ถึง 1 วัน
“ฉั่วฮักบิน” นักเศรษฐศาสตร์จากแบงก์ ออฟ อเมริกา มองว่าหากโครงการนี้เป็นจริงก็เรียกว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ เพราะทั้ง 2 ประเทศมีการค้าและการลงทุนระหว่างกันมหาศาล ดังนั้นโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งขนาดใหญ่จะช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว และลดเวลาในการเดินทางลง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งคู่
อาจเรียกได้ว่า ความสัมพันธ์ของสิงคโปร์และมาเลเซียอยู่ในช่วงเวลาที่แนบแน่นที่สุด เพราะในอดีตความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีทั้งหวานและขม จนกระทั่งสามารถตกลงปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์รางรถไฟที่ยืดเยื้อมานาน จากการที่มาเลเซียถือกรรมสิทธิ์ที่ดินของการรถไฟที่กินพื้นที่ในดินแดนของสิงคโปร์นับตั้งแต่แยกประเทศจากกัน นอกจากนี้ 2 ประเทศยังเคยมีกรณีพิพาทเหนือเกาะในบริเวณช่องแคบยะโฮร์ ซึ่งภายหลังศาลโลกตัดสินให้สิงคโปร์ชนะ
โครงการรถไฟแบบไฮสปีดดังกล่าวเปิดให้เอกชนดำเนินการส่วนภาครัฐจะสนับสนุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือต่างๆ
น่าสนใจว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 2 แผ่นดินเป็นจิ๊กซอว์อีกชิ้น นอกเหนือจากจีนและไทยที่มีแผนเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟจากเมืองคุนหมิงทางตอนใต้ของจีนลงไปยังสิงคโปร์ ซึ่งประเมินว่ายังมีเส้นทางที่ต้องก่อสร้างใหม่ หรือปรับปรุงทางรถไฟเดิมที่มีอยู่ รวมระยะทาง 4,069 กิโลเมตร
มาเลเซียสิงคโปร์ เพื่อนบ้านทางทิศใต้ทั้งสองยังเห็นพ้องที่จะเชื่อมโยงระหว่างกันในรูปแบบอื่นๆ อาทิ การเชื่อมโยงระบบขนส่งแบบด่วน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างทำการศึกษาเบื้องต้น







