
อควาพอยท์หันชิงสื่อป้ายโฆษณารัฐ
โพสต์ทูเดย์
— อควา พอยท์ รุกชิงสัมปทานป้ายโฆษณาภาครัฐ ประเดิมโครงการศูนย์ราชการ เล็งร่วมประมูลป้ายรถประจำทาง กทม. กว่า 1,000 ล้านบาทนายพลสิทธิ ภูมิวสนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อควา พอยท์ ในเครือบริษัท อควา คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า บริษัทจะเข้าสัมปทานบริหารสื่อป้ายโฆษณาของภาครัฐ เพราะมองเห็นเป็นโอกาสธุรกิจใหม่ที่ส่วนใหญ่จะได้บริหารสัญญาในระยะยาว ส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต ขณะที่ตลาดสื่อป้ายโฆษณากว่า 3,000 ล้านบาท อยู่ในช่วงชะลอตัว เนื่องจากไม่สามารถขยายพื้นที่โฆษณาใหม่ๆ ได้
ล่าสุดได้ตกลงร่วมดำเนินธุรกิจกับบริษัท ฟอร์ท คอร์เปอเรชั่น เจ้าของสัมปทานป้ายจราจรอัจฉริยะของกรุงเทพมหานคร สัญญา 3 ปี โดยจะลงทุนติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตเพิ่มราว 10 ล้านบาท เพื่อเสริมบริการหลังการขายให้ลูกค้า คาดว่าจะเพิ่มรายได้ให้โครงการนี้อีกเท่าตัว จาก 30 ล้านบาท ในปีที่แล้ว เป็น 60 ล้านบาท ในปีนี้
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ทำสัญญาบริหารสื่อโฆษณาในรูปแบบแอลซีดีและแอลอีดีในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ โดยได้ทำสัญญา 5 ปี ต่ออีก 5 ปี สำหรับโครงการนี้จะใช้เงินลงทุนราว 2030 ล้านบาท คาดจะเริ่มให้บริการเดือน ก.ค.นี้ รวมทั้งได้เข้าบริหารป้ายโฆษณาในสนามฟุตบอลของสโมสรอินทรีเพื่อนตำรวจอีก 1 แห่ง
นายพลสิทธิ กล่าวด้วยว่า สนใจที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการสื่อป้ายโฆษณาของภาครัฐอีกหลายโครงการที่จะเปิดประมูลเร็วๆ นี้ คือป้ายโฆษณารถประจำทางทั่วกรุงเทพฯ จำนวน 600 จุด คิดเป็นมูลค่าสื่อโฆษณากว่า 1,000 ล้านบาท รวมทั้งมีโครงการที่จะร่วมมือกับพันธมิตรที่ได้สัมปทานอยู่แล้ว ซึ่งหากบริษัทได้เป็นผู้บริหารโครงการเหล่านี้ จะทำให้รายได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว หรือ 100150 ล้านบาทปีนี้
สำหรับภาพรวมทั้งกลุ่ม ตั้งเป้าปีนี้จะมีรายได้เพิ่ม 10% หรือมีรายได้รวม 425 ล้านบาท
นอกจากนี้ ไตรมาส 2 หรือ 3 จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สำหรับภาพรวมตลาดป้ายโฆษณายังคงทรงตัว เนื่องจากไม่สามารถขยายพื้นที่โฆษณาเพิ่มขึ้นได้ แต่เชื่อว่าปีนี้ยอดขายสื่อป้ายโฆษณาจะกลับมาฟื้นตัว เพราะภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น เจ้าของสินค้ามีความต้องการโฆษณามากขึ้น ซึ่งแนวโน้มในช่วงไตรมาสแรก มียอดขายเพิ่มขึ้นราว 10% จากปีที่แล้วทั้งนี้ กลุ่มบริษัทในเครืออควา คอร์ปอเรชั่น ปีที่แล้ว มีรายได้รวม 425 ล้านบาท ประกอบด้วยบริษัท อควา เทเลวิชั่น 360 ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์และอควา พอยท์ โดยมีแผนจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ช่วงไตรมาส 2 หรือ 3 ของปีนี้ สำหรับทั้งกลุ่มปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตของรายได้ 10% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว







