
สนุกเกินคาดกับ"เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ-คลาส"
ลองขับ "เมอร์เซเดส-เบนซ์" รุ่น "เอ-คลาส" สปอร์ตคอมแพกต์คาร์ 5 ประตู ที่ให้ความสนุกในการขับขี่แบบเกินคาด
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ เมื่อช่วงปลายปี 2555 ที่ผ่านมาสำหรับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น เอ-คลาส ซึ่งเป็นรุ่นที่เรียกได้ว่าพลิกหน้าประวัติศาสตร์ฉีกทุกกฎเกณฑ์ความรู้สึกแบบเดิมๆ สำหรับเบรนด์ที่มีความเคร่งขรึมเป็นเอกลักษณ์อย่างบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)
งานนี้ได้ร่วมเดินทางไปสัมผัสความเร้าใจของเจ้า เอ-คลาส กันถึงสนามโบนันซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล สปีดเวย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ที่จัดขึ้นให้ได้ลองขับกันในสนามแข่งด้วยบททดสอบสมรรถนะเชิงความปลอดภัยภายใต้กิจกรรมที่ชื่อว่า “Mercedes-Benz A-Class Driving Experience” พร้อมสั่งตรงนำเข้าเทรนเนอร์ดีกรีนักแข่งจากประเทศออสเตรเลียมาร่วมฝึกสอนพร้อมแนะนำเทคนิคและผลิตภัณฑ์กับผู้ฝึกสอนจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ซึ่งนำ เอ-คลาส 2 รุ่น ได้แก่ A 180 Style และ A 250 AMG ทั้งหมดรวม 15 คัน
เริ่มต้นจากหน้าตาของเจ้า เอ-คลาส คันนี้ที่ต้องบอกเลยว่าโดนใจด้วยดีไซน์ในความเป็นสปอร์ตคอมแพกต์คาร์ 5 ประตู ที่โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว กระฉับกระเฉงคล่องตัว แต่ยังคงความหรูหราลงตัวสไตล์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อจับกลุ่มที่เรียกว่า “เถ้าแก่น้อย” ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตตอนอายุน้อย
สำหรับภายในและภายนอกทั้งสองรุ่น ได้รับการออกแบบเริ่มต้นให้มีความลงตัวโดยภายในให้สีโทนดำ เรียบหรูมีสไตล์ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ความปลอดภัยครบ ซึ่งหากเป็นตัว A 250 AMG จะได้รับการตกแต่งพิเศษเพิ่มพร้อมการปรับจูนเครื่องยนต์ อาทิ ชุดแต่ง AMG รอบคัน ภายในสไตล์สปอร์ตโทนสีดำ-แดง เป็นต้น
เอ-คลาส ตัว A 180 Style มาพร้อมด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ให้กำลังเครื่องยนต์สูงสุดที่ 122 แรงม้า ที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 200 นิวตันเมตร ที่ 1,250-4,000 รอบต่อนาที
ขณะที่เจ้าตัว A 250 AMG เครื่องยนต์ขนาด 2 ลิตร เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ให้กำลังสูงสุดที่ 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 350 |นิวตันเมตร ที่ 1,200-4,000 รอบต่อนาที
มาถึงบททดสอบที่ทางเจ้าภาพจัดไว้ให้ได้ลองกันทั้งหมด 4 สถานี ได้แก่ 1.สถานีทดสอบการควบคุมทิศทางรถ (Handling Challenge) 2.สถานีทดสอบการขับด้วยความเร็วและเปลี่ยนช่องทางวิ่งแบบกะทันหัน (High Speed Lane Change) 3.สถานีการจำลองสถานการณ์เพื่อทดสอบการควบคุมการทรงตัวและการบังคับ (Wet Slide) และ 4.สถานีการทดสอบเสมือนจริงในเส้นทางที่กำหนด (Gymkhana)
เริ่มต้นเข้าสถานีแรก สำหรับสถานีทดสอบการควบคุมทิศทางรถ โดยสร้างแบบทดสอบการเข้าโค้งด้วยการจำลองเส้นทางเพื่อให้รับรู้ถึงวงเลี้ยวและการควบคุม ซึ่งสถานีนี้มีแบบทดสอบแถมให้ได้ลองถึงอัตราเร่งจาก 0-100 ในแบบฉบับ Drag ทางตรงยาว
ส่วนสถานีถัดไป สถานีทดสอบการขับด้วยความเร็วและเปลี่ยนช่องทางวิ่งแบบกะทันหัน ซึ่งจำลองสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อให้ได้รับรู้ถึงระบบความปลอดภัยเมื่อต้องหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน
ต่อไปกับสถานีการจำลองสถานการณ์เพื่อทดสอบการควบคุมการทรงตัวและการบังคับ โดยสถานีนี้สภาพพื้นผิวถนนเปียกเพื่อให้เกิดอาการลื่นไถล ... แต่ไม่เท่านั้น ยังเพิ่มความยากในการควบคุมด้วยการใส่ยางชนิดพิเศษ ซึ่งทำจากพลาสติก 2 ล้อหลัง
สำหรับสถานีสุดท้าย สถานีการทดสอบเสมือนจริงในเส้นทางที่กำหนด เป็นการจำลองเส้นทางพร้อมเพิ่มความยากด้วยการจับเวลา เพื่อให้ได้รับรู้ถึงการควบคุมรถในสถานการณ์ต่างๆ ที่ได้ลองมาในทุกสถานี
ทั้งหมดในทุกสถานี เจ้า เอ-คลาส ทำได้ดีไม่มีปัญหาให้อารมณ์ความสนุกในการขับขี่ที่เหนือชั้น อาจจะต้องเรียกได้ว่า “ที่สุด” ในความเป็น เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่นเล็กเลยก็ว่าได้ แต่คงจะต้องลืม ความนุ่มนวล ความสบาย ในความเป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์ ไปเลย เนื่องจากระบบช่วงล่างของเจ้าเอ-คลาสคันนี้ ถูกออกแบบให้มีอารมณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน กระชับ เกาะถนน พวงมาลัยแม่นยำ อัตราเร่งปรู๊ดปร๊าด
แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องแลกมาด้วยความนุ่มนวลและความสบายในการขับขี่ ประกอบกับเบาะที่นั่งสไตล์สปอร์ตที่โอบกระชับแบบกึ่งบัคเก็ตซีตทำให้เมื่อเวลานั่งนานๆ อาจจะไม่สบายตัวนัก ดังนั้นอาจจะไม่ถูกใจ ป๋า, เฮีย, เสี่ย เท่าไรนัก เพราะงานนี้ เบนซ์ ทำมาเอาใจวัยโจ๋ ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้น
ดังนั้น จุดนี้อาจเป็นจุดหนึ่งที่ต้องเลือกของเจ้า “เอ-คลาส” คันนี้ ... สนุกแต่ไม่สบายแน่ๆ!!







