
ประดับยนตืไทย
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
ถนนหนทางในกรุงย่างกุ้งสมัยนี้คลาคล่ำไปด้วยรถยนต์ จนบางครั้งรถติดกลายเป็นเรื่องเห็นจนชินตาเสียแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่ธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ที่นั่นกำลังเฟื่องฟู และคนไทยคนนี้ก็เป็นรุ่นแรกๆ ที่เข้าไปบุกเบิกธุรกิจประดับยนต์ในประเทศเมียนมาร์
ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง หนึ่งในหุ้นส่วนธุรกิจประดับยนต์และคาร์แคร์ ที่เข้าไปลงทุนในเมียนมาร์ กล่าวว่า รถยนต์ส่วนใหญ่ที่นั่นเป็นรถยนต์มือสอง เนื่องจากแต่ก่อนมีกฎหมายห้ามนำเข้ารถยนต์ แต่ปัจจุบันกฎหมายใหม่อนุญาตให้นำเข้ารถยนต์ได้ แต่ยังคงเป็นรถยนต์มือสอง ส่วนใหญ่นำเข้าจากญี่ปุ่น รวมถึงรถยนต์หรูจากยุโรป เพราะกลุ่มที่มีกำลังซื้อรถยนต์ถือว่าเป็นกลุ่มคนมีฐานะ
ลูกค้ากลุ่มนี้นอกจากมีกำลังซื้อแล้ว ยังมีความต้องการตกแต่ง ดูแลรักษารถยนต์ ไม่ต่างจากในประเทศไทย แต่ในเมียนมาร์ยังไม่มีธุรกิจประดับยนต์ หรือคาร์แคร์ระดับพรีเมียมให้บริการลูกค้า จึงเห็นโอกาสที่ดีที่ควรจะเข้าไปทำธุรกิจ และตัดสินใจเข้าไปเปิดธุรกิจประดับยนต์ คาร์แคร์ ที่เมืองย่างกุ้ง เพราะเป็นเมืองใหญ่ เป็นแหล่งการค้าที่สำคัญ
สำหรับการให้บริการประดับยนต์ ตั้งร้านอยู่ในย่างกุ้ง ส่วนธุรกิจคาร์แคร์ ซื้อแฟรนไชส์ของบริษัท คาร์แลค 68 ที่ประเทศไทยไปเปิดที่ย่างกุ้งเช่นเดียวกัน ลูกค้าให้ความสนใจดีมาก เพราะเป็นสิ่งใหม่ที่คนเมียนมาร์ไม่เคยมี ทำให้คนสนใจเข้ามาใช้บริการเยอะ นอกจากนี้ยังมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น แชมพูล้างรถ อุปกรณ์ประดับยนต์จากเมืองไทยมาขายผ่านตัวแทนในเมียนมาร์ด้วย
สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในร้านส่วนใหญ่นำเข้าจากเมืองไทย แต่ก็มีอุปกรณ์บางชิ้นเป็นของเมียนมาร์ การนำเข้ามีทั้งนำเข้าตรงจากไทย และสั่งจากต่างประเทศเข้าไปยังเมียนมาร์เลย เพื่อไม่ต้องขนส่งหลายครั้ง ส่วนผู้ให้บริการเป็นคนเมียนมาร์ และมีคนไทยเป็นผู้จัดการ ซึ่งก่อนทำงานจะนำคนท้องถิ่นเข้ามาฝึกอบรมในเมืองไทยก่อนที่จะกลับไปทำงาน ฝีมือการทำงานจึงไม่ต่างกัน
ตรีลุพธ์ อธิบายถึงพฤติกรรมการแต่งรถของคนเมียนมาร์ว่าคล้ายกับคนไทย ของที่ใช้กันอยู่ในเมืองไทยสามารถนำไปแต่งที่เมียนมาร์ได้ ลูกค้าไม่เกี่ยงราคา แต่ขอให้มีของมาแต่งรถ ซึ่งราคาที่ให้บริการอยู่ในเมียนมาร์จะสูงกว่าเมืองไทยเล็กน้อย ส่วนธุรกิจประดับยนต์ปัจจุบันลูกค้าทั้งคนท้องถิ่นและคนต่างชาติที่ไปทำธุรกิจในเมียนมาร์ต้องจองคิวแต่งรถกันเป็นเดือน
ร้านคาร์แคร์ก็ได้รับความสนใจมากเหมือนกัน เพราะเน้นจับกลุ่มลูกค้าระดับสูง การให้บริการจึงสูงตามไปด้วย ต่างจากร้านทั่วไปที่บริการล้างรถ ก็เอาน้ำสาด ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์เช็ดกระจกรถ
ขณะที่กิจการที่มีอยู่กำลังไปได้สวย ตรีลุพธ์ก็กำลังเตรียมเปิดศูนย์บริการครบวงจร ร่วมกับบริษัท ทีเอสแอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น ในเมียนมาร์ เพราะที่นั่นยังไม่มีการให้บริการแบบครบวงจรเรื่องรถยนต์ ลูกค้าบางกลุ่มที่มีฐานะต้องรวมตัวกันจ้างช่างซ่อมรถยนต์จากเมืองไทยบินไปดูแล ตรวจเช็กสภาพรถ ซ่อมรถให้โดยเฉพาะ ทำให้เห็นช่องทางและเห็นกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน จึงพร้อมที่จะขยายการให้บริการแบบครบวงจรเพิ่ม โดยคาดว่าในเดือน มี.ค. 2556 น่าจะเปิดได้อย่างเป็นทางการ
“ลูกค้าในเมียนมาร์มีกำลังซื้อมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนมีฐานะ ไม่เคยเกี่ยงราคาการให้บริการ แถมในบางครั้งมาช่วยจ่ายโอทีให้กับพนักงานเพื่อให้ทำรถให้เสร็จเร็วที่สุดตามความต้องการด้วย”
ท่ามกลางโอกาสธุรกิจ ก็ยังมีอุปสรรคบ้าง โดยเฉพาะภาษีนำเข้า ซึ่งต้องจ่ายในอัตราที่สูงมาก รวมถึงการขนส่งที่บางครั้งยังมีปัญหาอยู่ แต่ในภาพรวมแล้วตลาดเมียนมาร์มีกำลังที่จะเติบโตขึ้นได้อีกมาก
หลังจากทำธุรกิจในเมียนมาร์มากว่า 1 ปี ตรีลุพธ์ มองว่า ธุรกิจยานยนต์มีช่องทางการขยายตัวอย่างมาก มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกันรถยนต์หลายอย่างที่เริ่มเข้าไปทำตลาด การเข้าไปทำธุรกิจในช่วงนี้ยังมีคู่แข่งน้อย ต่างจากเมืองไทยที่ลูกค้ามีทางเลือกที่หลากหลาย อีกทั้งตอนนี้กฎหมายที่นั่นก็เปิดรับต่างชาติไปทำธุรกิจสะดวกกว่าในอดีต การใช้ชีวิตในเมียนมาร์ โดยเฉพาะในย่างกุ้งก็สะดวกสบาย ไม่ได้ลำบากอย่างที่หลายคนคิด สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ก็เข้าถึงมากขึ้น ความเป็นอยู่คล้ายกับคนไทย จึงไม่ใช่ปัญหา
และบริษัทของเขาก็กำลังศึกษาลู่ทางขยายการลงทุนไปเมืองอื่นๆ ในเมียนมาร์ และประเทศอื่น เช่น กัมพูชา
เรียกว่าพร้อมจะเจาะทุกตลาดที่มีความต้องการธุรกิจประดับยนต์และคาร์แคร์







