posttoday
"อีริน เบคเกอร์ โฮมซัม เบค กู๊ดส์" ตอบโจทย์ "SME รักสุขภาพ"

"อีริน เบคเกอร์ โฮมซัม เบค กู๊ดส์" ตอบโจทย์ "SME รักสุขภาพ"

18 กุมภาพันธ์ 2556

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์

โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์

เพราะผลสำรวจส่วนใหญ่ระบุชัดว่าคนอเมริกันกว่า 45 ล้านคน ไม่ชอบรับประทานอาหารเช้า อีริน เบคเกอร์ หญิงสาวที่หลงใหลการทำคุกกี้ตั้งแต่เด็ก เกิดความคิดที่จะเปลี่ยนอาหารเช้าธรรมเนียมนิยมอย่างข้าวต้มข้าวโอ๊ตเหลวๆ ให้เป็นคุกกี้ข้าวโอ๊ตอุดมไปด้วยประโยชน์จากธัญพืชที่มีคุณค่าทางสารอาหารครบครัน

ย้อนกลับไปในปี 2537 อีริน เบคเกอร์ ริเริ่มทำคุกกี้ข้าวโอ๊ตเพื่อสุขภาพเพื่อเป็นอาหารเช้า โดยใช้น้ำผลไม้สกัดแทนเนย ใช้น้ำมันคาโนลาซึ่งเป็นไขมันอิ่มตัวที่ต่ำที่สุด และใช้ไข่ขาวแทนไข่แดง ภายใต้แบรนด์ “เบคเกอร์ เบรกฟาสต์ คุกกี้”

เธอเริ่มธุรกิจด้วยเครื่องผสมคุกกี้ 1 เครื่อง ในห้องครัวขนาดเล็ก ภายในช่วง 6 เดือนแรกของธุรกิจ มียอดขายกว่า 20 โหลต่อสัปดาห์ ซึ่งมากพอที่จะทำให้อีรินลาออกจากงานประจำ และหันไปเริ่มเปิดธุรกิจเล็กๆ เป็นนายของตัวเอง

หลังจากวางขาย อีรินได้รับฟีดแบ็กจากลูกค้ามากมาย และด้วยส่วนผสมที่ใช้ทำให้คุกกี้ของอีรินได้รับคะแนนจากการตรวจสอบของกลุ่มจับตาอาหารที่มีผลต่อน้ำหนัก “เวต วอตเชอร์” โดยได้ไป 2 คะแนนเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าคุกกี้ของอีรินไม่ทำให้ผู้บริโภค “อ้วน” และเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักในขณะนั้น

“เบรกฟาสต์ คุกกี้” จึงกลายเป็นที่รู้จักภายในเวลาอันรวดเร็ว จากกระแสปากต่อปาก ภายใน 6 ปี จากธุรกิจที่มีลูกจ้างเพียง 2 คน กลายเป็น 100 คน ในปี 2542 และยอดขายเพิ่มไปถึง 100-200 โหลต่อสัปดาห์ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าทางธุรกิจกว่า 1.5 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 4.5 ล้านบาท) ต่อปี

แม้ว่ายอดขายของอีรินจะเพิ่มขึ้น แต่ธนาคารก็กลับไม่ปล่อยสินเชื่อให้อีรินสำหรับซื้อเตาอบ อีรินจึงตัดสินใจขายรถจี๊ปแปลงเป็นทุน เพื่อนำเงินไปซื้อเตาอบเพิ่ม และซื้อรถตู้เล็กๆ อีกหนึ่งคันเพื่อใช้ส่งคุกกี้

ด้วยจุดขายที่ 2 คะแนนของเวต วอตเชอร์ต่อคุกกี้ของอีรินหนึ่งชิ้น ทำให้สินค้ากลายเป็นที่รู้จักในเวลาอันรวดเร็ว

แต่ทว่าอีรินก็พบกับคู่แข่ง นั่นก็คือ คอร์สคุมอาหารหรือ “แอตคินส์ ไดเอต” ซึ่งเป็นวิธีควบคุมอาหาร โดยเน้นการบริโภคโปรตีน ลดการบริโภคคาร์โบไฮเดรต ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่นิยมมาแรงมากในขณะนั้น ก็ส่งผลกระทบต่อยอดขายของเบรกฟาสต์ คุกกี้ ให้ร่วงลงต่ำกว่า 60% ภายใน 8 เดือน

อีรินจึงเริ่มต้องมีมาตรการตัดลดรายจ่าย ไม่ว่าจะเป็นลดเงินเดือนตัวเอง ลดพนักงาน ซึ่งถือเป็นวิกฤตสำหรับอีรินในช่วงนั้น

จนกระทั่งอีรินเลือกที่จะนำเสนอสินค้าใหม่ๆ อย่าง “กลาโนลา” ซึ่งเป็นคุกกี้อาหารเช้าขนาดเล็ก และออร์แกนิกบราวนีไบต์ เพื่อทำให้สถานการณ์กลับมาดีขึ้น

อีริน บอกว่า เจ้าตัวเลือกที่จะไม่มุ่งไปที่อาหารควบคุมน้ำหนัก ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เธอหันไปหาตลาดที่ต้องการอาหารเพื่อสุขภาพและเป็นประโยชน์แทน ซึ่งจะทำให้ธุรกิจนั้นไปได้ไกลกว่า

อีรินได้ตั้งชื่อแบรนด์ใหม่จาก “เบคเกอร์ เบรกฟาสต์ คุกกี้” เป็น “อีริน เบคเกอร์ โฮลซัม เบค กู๊ดส์” เพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดตัวสินค้าใหม่ และเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น

ในปี 2553 ยอดขายนั้นแตะขึ้นไปเกือบ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 300 ล้านบาท) ซึ่งอีรินก็คาดหวังให้ยอดขายขยับตัวสูงขึ้นไปเรื่อยๆ

คุกกี้ของอีรินในตอนนี้มียอดการผลิตถึง 4 หมื่นชิ้นต่อวัน ซึ่งสูตรที่ใช้ก็ยังคงเป็นสูตรดั้งเดิมที่ใช้มากว่า 19 ปี แม้ว่าคนอื่นๆ จะบอกให้เปลี่ยนสูตร แต่อีรินยังคงยืนยันว่าจะใช้สูตรนี้

“คนอื่นชอบให้เพิ่มโปรตีนเข้าไปในคุกกี้หรือใส่แป้งถั่วเหลืองเข้าไปอีก แต่เราจะไม่เปลี่ยน ถ้าจะเปลี่ยนเราก็จะต้องเพิ่มอะไรที่มีประโยชน์ และใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ สำหรับเรานี่คือความสำเร็จ แม้ว่า อีริน เบคเกอร์ โฮลซัม เบค กู๊ดส์ จะไม่ใช่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในแวดวงอาหารเพื่อลดน้ำหนัก แต่เราก็มีความสุขที่จะบอกว่า กลุ่มลูกค้าที่มีตอนนี้เป็นกลุ่มที่มีชีวิตอยากจะรับประทานอาหารที่ดีมากกว่าที่จะรับประทานแต่อาหารลดความอ้วน” อีริน กล่าว

ถึงตอนนี้ “อีริน เบคเกอร์ โฮลซัม เบค กู๊ดส์” เป็นผู้สนับสนุนให้กับนักกีฬาปัญจกีฬาสมัยใหม่ของสหรัฐ เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ที่ปักกิ่ง และยังได้เป็น 1 ใน 125 สุดยอดอาหารในสหรัฐ ในปี 2553 อีกด้วย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ