posttoday
เพื่อไทยเย้ยรัฐไร้ผลงานชี้ศก.ดีเพราะแรงหนุนต่างชาติ

เพื่อไทยเย้ยรัฐไร้ผลงานชี้ศก.ดีเพราะแรงหนุนต่างชาติ

02 เมษายน 2553

ทีมเศรษฐกิจเพื่อไทยแถลงผลงานรัฐบาลไม่แจ๋วจริง เชื่อเศรษฐกิจดีเพราะได้รับอานิสงฆ์จากต่างชาติช่วยดันจึงฟื้นตัวเฉพาะบางกลุ่ม

ทีมเศรษฐกิจเพื่อไทยแถลงผลงานรัฐบาลไม่แจ๋วจริง เชื่อเศรษฐกิจดีเพราะได้รับอานิสงฆ์จากต่างชาติช่วยดันจึงฟื้นตัวเฉพาะบางกลุ่ม

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คณะทำงานด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย แถลงว่าจากที่รัฐบาลได้อ้างว่าการบริหารงานเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านมาในอดีต ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเพราะเป็นการอ้างตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลจากการฟื้นตัวชั่วคราวของเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยในเวลานี้ จึงฟื้นตัวอยู่เฉพาะเพียงบางกลุ่มเท่านั้น โดยเฉพาะ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์  ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะมีเม็ดเงินจากต่างประเทศไหลเข้าสู่ภูมิภาคนี้ ไม่ใช่ไทยประเทศเดียวที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น แต่ปรับสูงขึ้นทั้งภูมิภาคเลย จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแค่เดือนมีนาคมยอดซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติสูงกว่า4 หมื่นล้านบาทเข้าไปแล้ว

 

เพื่อไทยเย้ยรัฐไร้ผลงานชี้ศก.ดีเพราะแรงหนุนต่างชาติ ปานปรีย์

รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในส่วนการท่องเที่ยวนั้น  มีการปรับลดเป้าตัวเลขนักท่องเที่ยวในปี 52 ลงไปก่อนหน้านี้ เดิมตั้งไว้ 16 ล้านคน รัฐบาลมาเปลี่ยนให้ต่ำลงเป็น 10 ล้านคน พอตัวเลขการท่องเที่ยวของปี 52 ประกาศออกมาอยู่ที่ 14.094 ล้านคน รัฐบาลก็ออกมาแถลงว่าเกินเป้า ทั้งที่จริงแล้ว สถิตินักท่องเที่ยวปี 52 ยังต่ำกว่าทั้งปี 50 และ 51 นอกจากนี้ ยังมีความสับสนในเรื่องข้อมูลระหว่างรัฐมนตรีที่กำกับดูแล และภาคเอกชน เพราะฝ่ายหนึ่งบอกว่าตัวเลขดีขึ้น แต่อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่าตัวเลขลดลง

ส่วนการส่งออกนั้น ทุกวันนี้ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ การฟื้นตัวในช่วงที่ผ่านมาเกิดขึ้นจากความต้องการในตลาดต่างประเทศที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น แต่หากไปดูตัวเลขที่แท้จริงจะพบว่า มูลค่าการส่งออกของไทยตลอดปี 52 ยังต่ำกว่าปี 51  ส่วนการลงทุนจากต่างประเทศ ทุกวันนี้ก็ยังติดลบอยู่ ตัวเลขการอนุมัติการลงทุนของ BOI ของปี 52 ต่ำกว่าปี 51 ทั้งตัวเลขจำนวนโครงการ มูลค่าโครงการ และทุนจดทะเบียน  รวมทั้งปัญหามาบตาพุดที่วันนี้ยังไม่มีความคืบหน้า และไม่มีแนวโน้มที่จะแก้ไขปัญหาได้ในเร็ววันนี้

สำหรับปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ที่กระทบชาวไร่ ชาวนา เกิดขึ้นจากนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาล ทำให้ราคาข้าวในประเทศตกต่ำ ทั้งๆ ที่ราคาข้าวในต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น วันนี้ราคาข้าวขาว 5% ของรัฐบาลอภิสิทธิ์เฉลี่ยอยู่ที่ 9,666.22 บาทต่อตัน ต่ำกว่าสมัยรัฐบาลสมชายที่ 10,051.12 บาทต่อตัน และรัฐบาลสมัครที่ 11,375.97 บาทต่อตัน

ส่วนปัญหาภัยแล้ง  ทุกวันนี้รัฐบาลยังไม่ได้ให้ความสนใจกับปัญหานี้ ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้งอย่างมาก รัฐบาลพูดแต่เพียงว่า จะไปเจรจากับประเทศจีนเรื่องแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไกลตัว และไม่มีมาตรการอะไรออกมาที่เป็นรูปธรรมเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแต่อย่างไร ขณะนี้ นอกจากเกษตรกรที่เดือดร้อนแล้ว ประชาชนทั่วไปก็ได้รับความเดือดร้อน มีโรงเรียนมากกว่า 3 หมื่นแห่งทั่วประเทศที่ขาดแคลนน้ำดื่ม มากกว่า 2 พันแห่งขาดน้ำอย่างรุนแรง ซึ่งยังไม่เห็นรัฐบาลเข้าไปแก้ปัญหาแต่อย่างใด นอกจากนี้หนี้นอกระบบ ทุกวันนี้มีผู้ลงทะเบียน 1,181,133 ราย คิดเป็นมูลหนี้ 122,406.2 ล้านบาท แต่เจรจาสำเร็จเพียงแค่ 34,225 ราย วงเงิน 3,077.85 ล้านบาท หรือช่วยไปได้แค่ 2.8% เท่านั้น

นายปานปรีย์ กล่าวด้วยว่า ดังนั้น สรุปได้ว่าการที่รัฐบาลกล่าวอ้างความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยหยิบยกตัวเลขบางตัวขึ้นมากล่าวอ้างนั้น ทั้งเรื่องตลาดหุ้นหรือการส่งออก ก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่รัฐบาลได้รับอานิสงค์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจากผลงาน หรือนโยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศแต่อย่างใด  พรรคเพื่อไทยขอให้รัฐบาลกลับไปเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ยังคั่งค้างอยู่ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วเสียก่อน ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เวลานี้ยังได้รับความเดือดร้อนจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ปกติ หากเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้วจริง รัฐบาลก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกู้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มให้ครบวงเงิน 4 แสนล้าน ก็ควรระงับการกู้เพิ่มตั้งแต่นี้ไปทั้งหมด เพื่อจะได้ไม่เกิดภาระต่อหนี้สาธารณะของประเทศ

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก