posttoday
"อุปสรรค-ต้นทุนแฝง" โจทย์หินในกระแสบุกเพื่อนบ้าน

"อุปสรรค-ต้นทุนแฝง" โจทย์หินในกระแสบุกเพื่อนบ้าน

15 กุมภาพันธ์ 2556

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

การออกไปลงทุนประเทศต่างๆ ในอาเซียนกลายเป็นกระแสนิยมไปแล้ว มีความตื่นตัวทั้งภาครัฐและเอกชน แต่ที่ผ่านมาการออกไปลงทุนมักถูกมองในแง่ของโอกาสที่จะมีค่าจ้างแรงงานต่ำ แต่มิติของปัญหาและอุปสรรคซึ่งมีอยู่มากยังเป็นที่รับรู้ในวงจำกัด

ในประเด็นนี้ อุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ตามนโยบายส่งเสริมการลงทุนใหม่ปี 2556-2560 ที่บีโอไอเพิ่มบทบาทการส่งเสริมให้ธุรกิจไทยออกไปลงทุนต่างประเทศ และช่วงที่ผ่านมามีธุรกิจไทยขนาดกลางจำนวนมากแสดงความสนใจออกไปลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศแถบอาเซียนและเอเชียอื่น

แต่ยอมรับว่าการไปลงทุนดังกล่าวไม่สามารถเกิดขึ้นง่ายๆ โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV หรือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ที่ยังมีปัญหาว่ากฎกติกาการลงทุนไม่ชัดเจน สิทธิประโยชน์ไม่จูงใจ รวมถึงความไม่พร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน

ตัวอย่างเช่นกรณีพม่าแม้จะมีต้นทุนค่าแรงต่ำ แต่การขนส่งระหว่างเมืองก็ทำได้ค่อนข้างลำบาก ขาดแคลนไฟฟ้า ดังนั้นการลงทุนจึงกระจุกอยู่ในเฉพาะภาคกลางที่โครงสร้างพื้นฐานใช้ได้ แรงงานเพียงพอ ขณะที่ปัญหาเดียวกันก็ทำให้การลงทุนในกัมพูชากระจุกอยู่ในพนมเปญและเกาะกง

อุดม กล่าวว่า การพานักลงทุนไปโรดโชว์ประเทศเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม พม่า กัมพูชา ยังพบอุปสรรคสำหรับผู้ลงทุนอีกประการ คือ การต้องใช้เวลาหาและศึกษาพันธมิตรทางธุรกิจนานพอสมควร ซึ่งส่วนนี้บีโอไอสามารถช่วยเหลือได้โดยการประสานงานกับหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนประเทศเป้าหมาย เพื่อกลั่นกรองพันธมิตรให้ เพื่อมาให้ผู้ประกอบการจับคู่และศึกษากันเอง แต่ก็ยังพบว่าต้องใช้เวลาศึกษากันนานพอสมควร

นอกจากมุมมองจากบีโอไอแล้ว ก็มีการศึกษาวิเคราะห์โอกาสและอุปสรรคในอาเซียนไว้พอสมควร เช่น งานวิเคราะห์ เรื่อง “เส้นทางสู่ AEC SMEs รุกรับอย่างไร” ของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่า ในกลุ่มสมาชิกอาเซียนทั้งหมด มาเลเซียเป็นประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพมากที่สุดที่จะรองรับการลงทุน แต่การเข้าไปแข่งขันของเอสเอ็มอีไทยคงทำได้ลำบาก เนื่องจากเอสเอ็มอีมาเลเซียมีความเข้มแข็งใช้เทคโนโลยี สูง ประกอบกับมีต้นทุนค่าแรงและค่าใช้จ่ายอื่นๆ สูง

ดังนั้น โอกาสของเอสเอ็มอีไทยในการออกไปลงทุนจะอยู่ที่กลุ่ม CLMV และอินโดนีเซีย เป็นหลัก ซึ่งจากการเปรียบเทียบเครื่องชี้ความน่าสนใจในการลงทุน(ดูตาราง) จะเห็นว่าแต่ละประเทศมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป แต่จากการเปรียบเทียบแต่ละประเทศแล้วพบหลายประเด็นที่ผู้ประกอบการไทยต้องระมัดระวัง

เช่น กรณีต้นทุนสาธารณูปโภคพื้นฐาน พบว่ากัมพูชามีค่าไฟฟ้าค่อนข้างสูง และบางประเทศคิดค่าสาธารณูปโภคสำหรับ Nonresidential คนละอัตรากับ Residential อาทิ ค่าน้ำประปาของลาว

หากมองจากต้นทุนค่าจ้าง แม้กัมพูชาและพม่าน่าสนใจที่สุด แต่ก็มีอุปสรรคคือต้นทุนแฝงที่มาจากความไม่พร้อมของระบบสาธารณูปโภค

รายงานยังระบุอีกว่า ผู้ประกอบการไทยยังต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบภาษี กฎระเบียบการค้าการลงทุนของแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นข้อจำกัดการค้าการลงทุนสำหรับบางธุรกิจ เช่น อินโดนีเซียมีกฎระเบียบปกป้องเอสเอ็มอีบางสาขา เช่น การห้ามต่างชาติทำกิจการค้าปลีกขนาดเล็ก รวมถึงอุปสรรคอื่นๆ เช่น ค่าเช่าที่ดินที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในเวียดนามและพม่า โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น โฮจิมินห์ ฮานอย ย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์

“จากการศึกษาผลสำรวจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของกลุ่ม CLMV ที่จัดทำโดย Economic Research Institute for ASEAN and East Asia (ERIA) และ Business Environment and Enterprise Performance Survey ของธนาคารโลก พบว่าปัญหาและอุปสรรคหลักๆ ที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในกลุ่มนี้คือ ขาดแคลนแรงงานมีทักษะ ปัญหาขีดความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยี ขาดทักษะในการบริหารจัดการ ความไม่แน่นอนในเรื่องกฎระเบียบการลงทุน ตลอดจนปัญหาในการทำการตลาดและช่องทางในการจัดจำหน่าย” SCB EIC ระบุ

ทั้งหมดคืออุปสรรคของการ “บุกอาเซียน” ซึ่งผู้ประกอบการไทยที่กำลังวางแผนจะโหนกระแสออกไปลงทุนกับเขาด้วย คงมีการบ้านต้องทำอย่างหนัก รอบคอบและรอบด้านกว่าที่คิด

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ