
โวยแบงก์ขายพ่วง
ขอเงินกู้ทำบัตรเดบิตถูกบีบซื้อประกันธปท.จ่อออกประกาศเป็นมาตรฐานเดียว
ขอเงินกู้ทำบัตรเดบิตถูกบีบซื้อประกันธปท.จ่อออกประกาศเป็นมาตรฐานเดียว
ร้องแบงก์พาณิชย์ขายพ่วงเพิ่มขึ้น ธปท.จ้องออกแนวปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกันสกัดปัญหา
นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายวางแผนและงบประมาณ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ได้รับคำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียนเข้ามาทั้งสิ้น 1.3 แสนราย ให้ข้อมูลคำปรึกษา 2.95 หมื่นราย การรับและดูแลเรื่องร้องเรียน การให้บริการทางการเงิน 3,785 ราย และภัยทางการเงิน 805 ราย ซึ่งมีทั้งเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงทางอีเมลให้โอนเงิน ขโมยข้อมูลในบัตรเครดิตและแฮกข้อมูลเงินสดในบัญชี และปัญหาหนี้นอกระบบ
นางอมรา กล่าวว่า ขณะนี้การร้องเรียนในปัญหาเกี่ยวกับการหลอกลวงแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีแนวโน้มลดลง เพราะประชาชนมีการสอบถามข้อมูลก่อนตอบกลับข้อมูลมากขึ้น แต่แนวโน้มการร้องเรียนว่าธนาคารมีการขายผลิตภัณฑ์อื่นควบกับผลิตภัณฑ์หลักของสถาบันการเงินมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาเพิ่มขึ้นมาก เช่น การขายผลิตภัณฑ์ประกันพ่วงบัตรเดบิต หรือการให้ทำประกันกรณีขอสินเชื่อ
“ขณะนี้คนมาร้องเรียนเรื่องทำบัตรเดบิตลดลงแล้ว เพราะราคาเฉลี่ย 200 บาท ไม่แตกต่างกับเอทีเอ็ม แต่คนร้องเรื่องทำบัตรเดบิตพ่วงประกันในราคา 500 กว่าบาทมีมากขึ้น ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากทำประกัน เช่นเดียวกับการหลอกลวงผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กก็อาจจะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ธปท.ไม่ได้ส่งเสริมให้ยกเลิกเอทีเอ็มแล้วหันมาใช้บัตรเดบิต” นางอมรา กล่าว
นางอมรา กล่าวว่า นโยบายเชิงรุกในปีนี้จะจัดทำสื่อความรู้เป็นมาตรฐานของแหล่งข้อมูลความรู้ และจัดตั้งความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาเรื่องร้องเรียนร่วมกับสถาบันการเงินอื่นๆ นอกจากนี้จะมีการออกมาตรการที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ที่ผ่านมา ธปท.ก็พยายามหาแนวทางป้องกันมากกว่าการแก้ไขจากปัญหาร้องเรียน โดยหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้ออกแนวนโยบายการกำกับดูแลการขายผลิตภัณฑ์ด้านหลักทรัพย์และด้านประกันภัยผ่านธนาคารพาณิชย์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ให้สถาบันการเงินทั้งหมดปฏิบัติ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้บริโภคให้มีสิทธิเลือกตัดสินใจเอง ไม่ใช่ถูกบังคับ







