posttoday
กสอ.โชว์โมเดลลดต้นทุนช่วยผู้ประกอบการ

กสอ.โชว์โมเดลลดต้นทุนช่วยผู้ประกอบการ

14 กุมภาพันธ์ 2556

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะหน่วยงานหลักที่สนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ได้เร่งผลักดันโครงการต่างๆ เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท ทั้งมาตรการเร่งด่วนและมาตรการเชิงกลยุทธ์กว่า 40 โครงการ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะหน่วยงานหลักที่สนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ได้เร่งผลักดันโครงการต่างๆ เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท ทั้งมาตรการเร่งด่วนและมาตรการเชิงกลยุทธ์กว่า 40 โครงการ

“สิ่งที่ผู้ประกอบการหลายรายมองว่า อาจจะต้องมีการเพิ่มราคาสินค้าอย่างน้อย 18% ถึงจะอยู่รอด อาจเป็นไปได้ยากในภาวะของการแข่งขันสูงในตลาด” ศิริรัตน์ จิตต์เสรี รองอธิบดี กสอ. กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

ทั้งนี้ กสอ. ได้เร่งจัดตั้งมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือส่งเสริมผู้ประกอบการ โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดนั้น เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก แต่มีสัดส่วนของกำไรสุทธิไม่มาก เช่น กลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม กลุ่มอุตสาหกรรมการค้าและบริการ ซึ่งกลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มถือเป็นอุตสาหกรรมอันดับต้นๆ ที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างสูง

ตามด้วยอุตสาหกรรมการผลิตเฟอร์นิเจอร์ อุตสาหกรรมบริการอย่างธุรกิจโรงแรมและธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เป็นต้น ซึ่งหลังการปรับค่าแรงงานขั้นต่ำแล้ว เมื่อลองเปรียบเทียบสัดส่วนค่าแรงก่อนกับหลังปรับนั้น ต้นทุนค่าจ้างสำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นในปี 2556 จะอยู่ที่ 25-28%

สำหรับมาตรการเร่งด่วนในการช่วยเหลือส่งเสริมผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและใหม่ กสอ.จะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและ ผลิตภาพการผลิตของผู้ประกอบการเพื่อลดต้นทุน พร้อมชดเชยต้นทุนด้านแรงงานที่เพิ่มขึ้นผ่านโครงการต่างๆ

ตัวอย่างเช่น โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขัน หรือ MDICP ซึ่งเป็นโครงการที่ให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านปรับปรุงระบบการผลิต การวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดการด้านการเงินและบัญชี การจัดการด้านตลาด และการพัฒนาบุคลากร โครงการบริการเงินสมทบจ้างที่ปรึกษา เพื่อปรับปรุงการผลิตการจัดการ การตลาด และการบริการ (Consultancy Fund : CF)

โครงการจัดการพลังงานแบบสมบูรณ์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานสำหรับอุตสาหกรรม Total Energy Management : TEM) ด้วยแนวคิดประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า โครงการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ : Enhancing SMEs Competitiveness Through IT (ECIT)

กิจกรรมแนะนำเชิงลึกแก่ SMEs ด้วยระบบ LEAN ซึ่งเริ่มโครงการฯ มาตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปี 2555 รวม SMEs ที่เข้าโครงการฯ ทั้งสิ้นกว่า 315 ราย มีผลทำให้สถานประกอบการสามารถลดความสูญเปล่าที่เกิดขึ้นภายในองค์กร รวมถึงลดต้นทุนในการผลิตสินค้าให้ลดต่ำลงมากที่สุด โดยเฉพาะในปี 2555 มี SMEs เข้าร่วมโครงการ 105 ราย ทำให้ต้นทุนการผลิตที่ลดลง 593 ล้านบาท

รวมทั้งมีกิจกรรมปรึกษาแนะนำเชิงลึกในอุตสาหกรรมรายสาขา (Multi Material Utilization) จะสามารถช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนได้อย่างน้อย 1050% เป็นต้น

ศิริรัตน์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบและไม่ได้รับผลกระทบ หากเข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมกับทาง กสอ. จะมีภูมิคุ้มกันหลายๆ ด้านและมีทิศทางการดำเนินธุรกิจที่ดียิ่งขึ้น และยังสามารถลดการสูญเสียในส่วนที่ไม่จำเป็นลง ทำให้ต้นทุนลดลงได้ โดยแนวโน้มของการลดจำนวนแรงงานหรือปิดกิจการ คาดว่าจะลดลงกว่าที่คาดการณ์ไว้กว่า 80%

สำหรับบริษัท เซ็นทรัลเทรดดิ้ง ผู้ผลิตอุตสาหกรรมสิ่งทอขนาดกลาง มีพนักงานจำนวน 650 คน เห็นแนวโน้มกับการปรับขึ้นค่าแรงในช่วงที่ผ่านมา และเข้าร่วมโครงการกับทาง กสอ. ตามขั้นตอนต่างๆ สามารถลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยได้กว่า 7 ล้านบาทต่อปี ทำให้การจ้างแรงงานขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป

 

ปรึกษาเพื่อปรับปรุงการผลิตการจัดการ การตลาด และ การบริการ (Consultancy Fund : CF) โครงการการจัดการพลังงาน

แบบสมบูรณ์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานสำหรับอุตสาหกรรม (Total Energy Management : TEM) ด้วยแนวคิด

ในการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าที่สุด โครงการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยด้วย

เทคโนโลยีสารสนเทศ : Enhancing SMEs Competitiveness Through IT (ECIT) โดยการนำระบบ IT มาช่วยในการบริหาร

จัดการภายในโรงงาน กิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกแก่ SMEs ด้วยระบบ LEAN ซึ่งเริ่มโครงการ ฯ มาตั้งแต่ ปี 51 จนถึง ปี 55

รวม SMEs ที่เข้าโครงการฯ ทั้งสิ้นกว่า 315 ราย มีผลทำให้สถานประกอบการสามารถลดความสูญเปล่าที่เกิดขึ้นภายในองค์กร รวม

ถึง ลดต้นทุนในการผลิตสินค้าให้ลดต่ำลงมากที่สุด โดยเฉพาะในปี 2555 มี SMEs เข้าร่วมโครงการ 105 ราย ทำให้ต้นทุนการ

ผลิตที่ลดลงรวมเป็นจำนวน 593 ล้านบาท ส่วนกิจกรรมการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึก แก่ SMEs ในอุตสาหกรรมรายสาขา เป็น

กิจกรรมการพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ของสถานประกอบการ อาทิ ด้านเทคโนโลยีการผลิต การพัฒนา

ผลิตภัณฑ์ การจัดการ และการตลาด เป็นต้น ซึ่งกรมฯ ได้ดำเนินการมาแล้วกว่า 15 ปี มีสถานประกอบการเข้าร่วมกว่า 2,000 กิจการ

โดยในปี 2555 มีสถานประกอบการเข้ารับบริการจำนวน 110 ราย สามารถเพิ่มผลิตภาพได้ทั้งสิ้นกว่า 2,200 ล้านบาท นางศิริรัตน์ ฯ กล่าว

นางศิริรัตน์ ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการที่จ่ายค่าจ้างแรงงานในอัตราที่ต่ำกว่า 300 บาทและสูงกว่า 300 บาท

ซึ่งแต่ละรายอาจได้รับผลกระทบมากหรือน้อยแตกต่างกันไป โดยมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่เข้าร่วมโครงการ ฯ และ

กิจกรรมต่าง ๆ กับทาง กสอ. ก่อนการปรับขึ้นค่าแรง ขั้นต่ำ 300 บาท จำนวนกว่า 3,000 ราย ในปี 2555 และคาดว่าจะมีผู้

ประกอบการไม่ต่ำกว่า 3,000 ราย เตรียมตัวเข้าโครงการ ฯ กับ กสอ. ในปี 2556 เพื่อหาแนวทางในการรับมือกับการปรับค่าแรงขึ้น

ดังกล่าว ซึ่งจากที่ได้กล่าวไปแล้วเบื้องต้นนั้น ทาง กสอ. มีโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ มากมายกว่า 40 โครงการ ที่จะช่วย

เหลือสนับสนุนผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะพิจารณาว่าแต่ละอุตสาหกรรมนั้นมีปัญหาอย่างไร และควรใช้แนวทางใดบ้าง

ในการแก้ปัญหา โดยจะพิจารณาถึงความเป็นไปได้และเหมาะสมที่สุด ซึ่งที่ผ่านมา มีกรณีศึกษาของแต่ละประเภทอุตสาหกรรม

ที่หลากหลายและได้รับผลกระทบจากนโยบายขึ้นค่าแรง แต่เมื่อเข้าร่วมโครงการกับทาง กสอ. ก็สามารถปรับตัวและดำเนินธุรกิจต่อ

ไปได้ ซึ่ง

ด้าน นายสุพจน์ ภาวจิตรานนท์ บริษัท เซ็นทรัลเทรดดิ้ง จำกัดหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการกับทาง กสอ. กล่าวว่า บริษัท

เซ็นทรัลเทรดดิ้ง จำกัด เป็นผู้ผลิตอุตสาหกรรมสิ่งทอขนาดกลาง มีพนักงานจำนวน 650 คน โรงงานเล็งเห็นทิศทางแนวโน้ม

การเพิ่มขึ้นของค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำมาเมื่อ 2 ปี ที่แล้ว รวมถึงปัญหาพนักงานขาดความรู้ในเรื่องการใช้วัตถุดิบ การทำงานไม่เป็น

ทีมเวิร์ค การขาดระบบ การจัดเก็บข้อมูลสถิติ ส่งผลให้โรงงานมีต้นทุนในการผลิตสูง จึงได้เข้าร่วมโครงการของ กสอ. ตามลำดับ

ดังนี้

1. โครงการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกแก่ SMEs ด้วยระบบ LEANคือลดการสูญเปล่าที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถลดต้นทุน ลดเวลาที่ใช้ในการผลิต และเพิ่มผลกำไรสำหรับความสูญเปล่าใน 7 ด้าน ได้แก่ ผลิตมากเกินไป (Over production) มีกระบวนการมากเกินไป (Overprocessing) หรือกระบวนการที่ขาดประสิทธิผล (Noneffectiveprocess) การขนย้าย (Conveyance) ระหว่างกระบวนการมากการเก็บวัตถุดิบคงคลังที่ไม่จำเป็น (Unnecessarystock) การเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น (Unnecessarymotion) การรอคอย (Waiting/Delay) การเกิดของเสียและ การแก้ไขงานเสีย (Defect and rework)

2. โครงการปรึกษาแนะนำเชิงลึกในอุตสาหกรรมรายสาขา (Multi Material Utilization) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเช่น

การปรับปรุงโรงงาน เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตพัฒนาบุคลากรซึ่งประกอบไปด้วย ฝ่ายแรงงาน ฝ่ายเทคนิคฝ่ายบริหาร การ

พัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ ทั้งด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ R&D

ซึ่งหลังจากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว กสอ.ได้เข้ามาสำรวจและช่วยวิเคราะห์ปัญหา ตลอดจน หาแนวทางแก้ไขเพื่อช่วยลดต้นทุนในกระบวนการผลิต ด้วยการให้คำปรึกษาจนนำไปสู่การจัดตั้งระบบ การใช้วัตถุดิบเชิงลึก การจัดอบรมการทำงานเป็นทีมให้แก่พนักงานทุกระดับ พร้อมการทำ Work Shop การออกแบบฟอร์มการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งแต่ละกระบวน

การสามารถลดการสูญเสีย ในเรื่องของต้นทุนได้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของแรงงาน เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพ วัตถุดิบผ้ามีวิธีการนำมาใช้ที่ถูกต้องและลดการสูญเปล่าได้มากขึ้นกว่า 20%

รวมถึงระบบการบริหารงานภายในเป็นขั้นตอนและมีความชัดเจนเพิ่มขึ้นซึ่งทั้งหมดนี้ เมื่อวิเคราะห์ในภาพรวม สามารถลดต้นทุน

การผลิตต่อหน่วยได้กว่า 7 ล้านบาทต่อปี จากที่เมื่อ 2 ปี ที่แล้ว โรงงานเคยให้ค่าแรงขึ้นต่ำ วันละ 215 บาท และปรับมาเป็นการจ้าง

แรงงานขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป นายสุพจน์ฯ กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการต่างๆ กับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ 02-202-4414

16 หรือ www.dip.go.th

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69