posttoday
แนะธุรกิจสปาอาหารไทยจับตลาดเช็ก

แนะธุรกิจสปาอาหารไทยจับตลาดเช็ก

13 กุมภาพันธ์ 2556

พาณิชย์เผยเช็กศูนย์กลางผลิตส่งออกยุโรป พร้อมหนุนลงทุนสินค้า บริการ เอื้อภาคท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ที่ 2 ของเช็ค แนะสปาอาหารไทยจับตลาดเช็ก เจาะทัวร์ปีละ 100 ล้านคน

พาณิชย์เผยเช็กศูนย์กลางผลิตส่งออกยุโรป พร้อมหนุนลงทุนสินค้า บริการ เอื้อภาคท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ที่ 2 ของเช็ค แนะสปาอาหารไทยจับตลาดเช็ก เจาะทัวร์ปีละ 100 ล้านคน

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลสาธารณรัฐเช็กมีนโยบายสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติมาลงทุนในเช็ก ซึ่งเป็นโอกาสของนักลงทุนไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เนื่องจากเช็กเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญในภูมิภาคยุโรป

ทั้งนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาในเช็กประมาณปีละกว่า 100 ล้านคน การบริการรองรับนักท่องเที่ยวยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในฤดูท่องเที่ยว การบริการรองรับนักท่องเที่ยวยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในฤดูท่องเที่ยว รวมทั้งการบริการที่ยังมีคุณภาพด้อยกว่าไทย ดังนั้นธุรกิจภาคบริการจึงมีโอกาสสูง โดยเฉพาะสปาและอาหารไทยได้รับความนิยมอย่างมากจากประชากรของเช็กเองและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

“ปัจจุบันมีธุรกิจอาหารไทยจำนวน 12 ร้านในกรุงปราก และสปาแผนไทย 40 ร้าน ซึ่งธุรกิจทั้งสองประเภทเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง” นางศรีรัตน์ กล่าว

สำหรับอุตสาหกรรมสินค้าที่สามารถสร้างโอกาสการลงทุนให้แก่ไทยในเช็ก ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ ผลิตภัณฑ์อาหาร ธุรกิจบริการและโลจิสติกส์ ขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ในกลุ่มอาเซียน และอยู่อันดับ 4 จากเอเชีย รองจากจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี

สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ อุปกรณ์ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ และเครื่องรับวิทยุ ในปีที่ผ่านมาเช็กเป็นฝ่ายเสียดุลการค้าต่อไทย โดยไทยส่งออกไปยังเช็กคิดเป็น 4 เท่าตัว หรือราว 764 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ เช็กถือเป็นประเทศที่มีความได้เปรียบทางด้านศักยภาพการผลิตและทำเลที่ตั้งที่ล้อมรอบด้วยเยอรมนี โปแลนด์ ออสเตรีย และสโลวัก จึงมีบริษัทข้ามชาติและการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาใช้เป็นศูนย์กลางเพื่อผลิตและส่งออกในหลากหลายอุตสาหกรรมถือเป็นตลาดใหม่ที่ไทยไม่ควรมองข้าม

ปัจจุบันการลงทุนทางการค้าระหว่างประเทศถือว่าสำคัญ โดยเฉพาะการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)ที่ทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุน เพื่อเตรียมความพร้อมให้ไทย หากแต่ตลาดการค้ายุโรปยังถือเป็นตลาดการค้าหลักที่สำคัญที่ไม่อาจมองข้ามไปได้

ถึงกลยุทธ์ในการขยายตลาดใหม่ ภายใต้นโยบายรัฐบาล โดยนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ที่เน้นให้กระจายสินค้าและบริการของไทยอย่างมีประสิทธิภาพว่า สาธารณรัฐเช็กเป็นประเทศที่มีความได้เปรียบทางด้านศักยภาพการผลิตและทำเลที่ตั้งที่ล้อมรอบด้วยเยอรมัน โปแลนด์ ออสเตรียและสโลวัก จึงมีบริษัทข้ามชาติและการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาใช้เป็นศูนย์กลางเพื่อผลิตและส่งออกในหลากหลายอุตสาหกรรม

“นโยบายการลงทุนของเช็กนักลงทุนและชาวต่างชาติจะได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกันกับนักลงทุนในประเทศ ภายใต้กฎหมายปกป้องและคุ้มครองนักลงทุน เช็กได้ลงทุนในสนธิสัญญาว่าด้วยการป้องกันภาษีซ้ำซ้อนกับหลายประเทศ รวมถึงไทยด้วย อีกทั้งการส่งกลับผลกำไรสามารถทำได้ ไม่จำกัดจำนวน ทั้งธุรกิจข้ามชาติและธุรกิจร่วมทุน สามารถบริหารจัดการเกี่ยวกับเงินทุนสำรองได้”

ทั้งนี้รัฐบาลเช็กมีนโยบายสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติมาลงทุนในเช็ก ซึ่งเป็นโอกาสแก่นักลงทุนไทยต่อการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงโอกาสการขยายช่องทางการกระจายสินค้าจากเช็กสู่ประเทศฝรั่งยุโรปตะวันตกและตะวันออก ดังนั้นเพื่อเชื่อมต่อและพัฒนาความร่วมมือมือทางการค้าให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากรายได้หลักมาจากการส่งออกถึง 68% และในปี 2555 เพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วน 81% ของการส่งออก โดยมีตลาดหลักคือกลุ่มอียู 27 ประเทศ

“การท่องเที่ยวสร้างรายได้หลักเป็นอันดับ 2 แต่เช็กเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญในภูมิภาคยุโรปที่ชัดเจน โดยมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาในเช็กประมาณปีละกว่า 100 ล้านคน การบริการรองรับนักท่องเที่ยวยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในฤดูท่องเที่ยว รวมทั้งการบริการที่ยังมีคุณภาพด้อยกว่าไทย ดังนั้นธุรกิจภาคบริการ จึงมีโอกาสสูง โดยเฉพาะธุรกิจสปาและอาหารไทยได้รับความนิยมอย่างมากจากประชากรของเช็กเองและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องด้วยกิจการของไทยมีลักษณะของขนบธรรมเนียมความเป็นไทยอย่างโดดเด่น ซึ่งขณะนี้มีธุรกิจอาหารไทยจำนวน 12 ร้านในกรุงปราก และ สปาแผนไทย 40 ร้าน ซึ่งธุรกิจทั้ง 2 ประเภทเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง”นางศรีรัตน์ กล่าวสำหรับโอกาสการค้าการลงทุนของไทย ซึ่งเช็กเป็นฝ่ายเสียดุลการค้าต่อไทย โดยไทยส่งออกไปยังเช็คคิดเป็น 4 เท่าตัว หรือราว 764 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่การนำเข้าอยู่ที่ 183 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งการนำเข้าสินค้าจากไทยไปเช็ก ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ในกลุ่มอาเซียน และอยู่อันดับ 4 จากเอเชีย รองจากจีน ญี่ปุ่นและเกาหลี โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ อุปกรณ์ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ และเครื่องรับวิทยุ เป็นต้น และอุตสาหกรรมสินค้าที่สามารถสร้างโอกาสการลงทุนให้แก่ไทยในเช็ก ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ ผลิตภัณฑ์อาหาร ธุรกิจบริการและโลจิสติกส์ ปัจจุบันการลงทุนทางการค้าระหว่างประเทศถือว่าสำคัญ โดยเฉพาะการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)ที่ทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุน เพื่อเตรียมความพร้อมให้ไทย หากแต่ตลาดการค้ายุโรปยังถือเป็นตลาดการค้าหลักที่สำคัญที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ เนื่องจากสาธารณรัฐเช็กเป็นสมาชิกกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจยุโรป ที่มีประชากรรวมกันกว่า 500 ล้านคน ยิ่งเมื่อรวมกับความเข้มแข็งของภาคอุตสาหกรรมและทักษะแรงงาน

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก