
สั่งจัดระเบียบน่านฟ้าเพิ่มบินพาณิชย์
เที่ยวบินพาณิชย์เริ่มหนาแน่น คมนาคมสั่งจัดระเบียบใหม่
เที่ยวบินพาณิชย์เริ่มหนาแน่น คมนาคมสั่งจัดระเบียบใหม่
พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) หารือกับกองทัพอากาศ (ทอ.) เพื่อขอใช้ห้วงอากาศในการลดความหนาแน่นของเครื่องบิน จากปกติที่แบ่งการใช้ห้วงอากาศออกเป็น 2 ส่วน คือ การใช้เพื่อความมั่นคง และการใช้เพื่อกิจการเชิงพาณิชย์ กลุ่มละ 50% ต่อไปในบางช่วงเวลาอาจขอเพิ่มใช้ห้วงอากาศเพื่อกิจการพาณิชย์ให้มากกว่าการใช้เพื่อความมั่นคง โดยเฉพาะช่วงที่ปริมาณการจราจรทางอากาศหนาแน่นน โดย บวท.จะต้องหารือกับ ทอ.อย่างต่อเนื่องเพื่อการบริหารจัดการ
สำหรับสถิติข้อมูลการจราจรทางอากาศของ บวท. พบว่าการคมนาคมขนส่งทางอากาศได้ขยายตัวอย่างมาก จากปริมาณเที่ยวบิน 1,575 เที่ยวบินต่อวัน ในปีงบประมาณ 2555 (1 ต.ค. 255430 ก.ย. 2555) เพิ่มเป็น 1,735 เที่ยวบินต่อวัน ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2556 (1 ต.ค.31 ธ.ค. 2555) หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 160 เที่ยวบินต่อวัน
ทั้งนี้ นอกจาก บวท. ยังมีบริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) บริษัท การบินไทย และกรมการบินพลเรือน (บพ.) ที่จะต้องร่วมกันไปประสานงานเพื่อเจรจากับ ทอ. ในการจัดส่วนแบ่งจราจรทางอากาศให้ฝ่ายพลเรือนมากขึ้น รวมถึงจะประสานกับกองทัพเรือเพื่อเจรจาขอใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินเชิงพาณิชย์แบบเต็มรูปแบบ หากสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองเกิดความคับคั่ง และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเจรจากับสายการบินเพื่อให้ขยายไปขึ้นลงสนามบินในช่วงที่หนาแน่นน้อย โดยใช้กลยุทธ์ด้านการลดราคาเป็นตัวช่วย
“ผมเป็นห่วงเรื่องความหนาแน่นของเที่ยวบินที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพราะเกรงว่าหากการจราจรทางอากาศหนาแน่นมากจะเกิดอันตราย รวมทั้งจะทำให้สายการบินสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นด้วย” พล.อ.พฤณท์ กล่าว
รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยการให้บริการจราจรทางอากาศ โดยจะประสานกระทรวงมหาดไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกมาตรการควบคุมและกำหนดโทษอย่างเด็ดขาด ในการปล่อยโคมลอยและบั้งไฟในช่วงเวลาที่เหมาะสม และความสูงที่กำหนด เพื่อควบคุมอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเครื่องบิน เพราะพบว่าปัจจุบันมีบั้งไฟโลหะที่ยิงได้สูงถึง 3 หมื่นฟุต โดยมีการพนันเรื่องความสูงของบั้งไฟในช่วงเทศกาล
กรณีนี้ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมาร์ ลาว ได้ขอให้ไทยเข้ามาควบคุมเรื่องโคมลอยเช่นเดียวกัน เพราะไปรบกวนกิจการการบินของประเทศเหล่านั้นด้วย
ขณะเดียวกัน ได้ให้ บวท.จะประสานกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อกำหนดกรอบและตรวจสอบปัญหาคลื่นวิทยุชุมชนที่กระทบต่อการสื่อสารในช่วงการขึ้นลงของอากาศยาน เนื่องจากในปัจจุบันมีวิทยุชุมชนที่ถูกต้อง 2,000 สถานี จากสถานีทั้งหมดที่มีคลื่นวิทยุรบกวนสูงถึง 7,000 สถานี







