posttoday
เครือปตท.รวย2แสนล.ต่างชาติโกยกำไร100จุด

เครือปตท.รวย2แสนล.ต่างชาติโกยกำไร100จุด

02 เมษายน 2553

หุ้นปิดทะลุ 801 จุด ครอบครัว ปตท. มาแล้ว มาร์เก็ตแคปเพิ่ม 2 แสนล้านบาท ต่างชาติฟันกำไร 100 จุด ระวังขายแถว 830 จุด

หุ้นปิดทะลุ 801 จุด ครอบครัว ปตท. มาแล้ว มาร์เก็ตแคปเพิ่ม 2 แสนล้านบาท ต่างชาติฟันกำไร 100 จุด ระวังขายแถว 830 จุด

ตลาดหุ้นเอเชียเดินหน้าสลอน หุ้นไทยแรงดัชนีฝ่าแนวต้านสำคัญ 800 จุด ได้สำเร็จ และสามารถขึ้นไปปิดที่ระดับ 801.32 จุด พุ่งขึ้น 13.34 จุด หรือ 1.69% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 28,716 ล้านบาท ต่างชาติซื้ออีก 1,387 ล้านบาท ขณะที่สถาบันในประเทศและพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์กลับลำซื้อสุทธิ

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 1 เม.ย. 2553 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิทั้งสิ้น 4.38 หมื่นล้านบาท และเมื่อรวมกับยอดซื้อสุทธิทั้งปี 2552 อีกจำนวน 3.82 หมื่นล้านบาท เท่ากับเงินต่างชาติไหลกลับเข้าหุ้นไทยแล้วประมาณ 50% จากที่ขายอย่างหนักร่วม 1.62 แสนล้านบาท เมื่อปี 2551 ที่ผ่านมา

สำหรับแรงซื้อของต่างชาติที่เข้ามารอบนี้วันแรกเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ระดับดัชนี 705.8 จุด จนถึงล่าสุดนักลงทุนต่างชาติได้กำไรจากตลาดหุ้นประมาณ 13.53% หรือเท่ากับดัชนี 95.52 จุด โดยแรงซื้อส่วนใหญ่อยู่ใน SET 50 และกระจุกตัวในกลุ่มธนาคารพาณิชย์และหุ้นในเครือบริษัท ปตท. (PTT)

ขณะนี้บริษัทในครอบครัว ปตท. ทั้งหมด 7 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) รวมทั้งสิ้น 1.75 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเฉียด 2 แสนล้านบาท จากสิ้นปี 2552 ที่ทั้งกลุ่มมีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 1.56 ล้านล้านบาท

สำหรับมาร์เก็ตแคปรวมของตลาดหุ้นไทยพุ่งขึ้น 5.7 แสนล้านบาท จากระดับ 5.87 ล้านล้านบาท เมื่อสิ้นปี 2552 มาอยู่ที่ 6.44 ล้านล้านบาท

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส (ASP) เปิดเผยว่า ดัชนีปิดที่ระดับ 801 จุด ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 27 เดือน นับตั้งแต่กลางปี 2551 และมองว่าเมื่อดัชนีสามารถยืนเหนือ 801 จุด และมีสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ที่ 14 เท่า ยังมีโอกาสที่จะไปต่อในระดับ 830 และ 840 จุดได้ ซึ่งในระดับนี้นักลงทุนจะต้องระมัดระวังการลงทุนด้วย เพราะถือว่ามีความเสี่ยงสูงในการลงทุนแล้ว

“ดัชนีพุ่งขึ้นรอบนี้เป็นผลจากเงินทุนต่างประเทศไหลเข้าล้วนๆ แต่หลังจากนี้จะไปต่อหรือไม่ นักลงทุนคงพิจารณาถึงพื้นฐานของเศรษฐกิจแล้ว” นายเทิดศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจยังคงเดินหน้าเติบโตได้ดี และบริษัทจดทะเบียน (บจ.) มีกำไรสูงก็มีโอกาสที่ดัชนีจะพุ่งขึ้นไปปิดสิ้นปีที่ระดับ 880 จุด

นายพงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีปรับขึ้นแรงจากกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติที่ยังไหลเข้ามาลงทุนทุนในตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นเอเชีย เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจแข็งแรงและเริ่มเห็นสัญญาณการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งส่งผลให้มีผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาและยุโรปที่ยังประสบกับปัญหาเศรษฐกิจและยังปรับขึ้นดอกเบี้ยไม่ได้

“เงินต่างชาติที่เข้ามาซื้อหุ้นไทย เป็นเพราะนักลงทุนเห็นว่ารัฐบาลสามารถจัดการกับการชุมนุมได้ และไม่มีเหตุการณ์รุนแรงจึงไม่กังวลปัญหาการเมือง” นายพงศ์ภัทร กล่าว

นายโกสินทร์ ศรีไพบูลย์ ผู้อำนวยการอาวุโส บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดจะเคลื่อนไหวผันผวนหลังดัชนีผ่าน 800 จุดได้สำเร็จ เพราะใกล้ถึงวันชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงวันที่ 3 เม.ย.นี้ และมีเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทำให้นักลงทุนบางส่วนเกิดความกังวลและขายทำกำไรออกมาก่อน ช่วงนี้ดัชนีน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 790-795 จุด แนวต้าน 805-810 จุด

นอกจากนี้ หุ้นขนาดใหญ่ ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บริษัท บ้านปู (BANPU) บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (SHIN) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ใกล้จะขึ้นเครื่องหมาย XD ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่มีสิทธิรับเงินปันผล ส่งผลให้ราคาหุ้นลดลง กดดันภาวะตลาดได้

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน