posttoday
แอปเปิลส่งตำรา"ไอบุ๊กส์"เจาะโรงเรียนไทย

แอปเปิลส่งตำรา"ไอบุ๊กส์"เจาะโรงเรียนไทย

12 กุมภาพันธ์ 2556

แอสไพเรอร์ส ผนึกวัฒนาพานิช พัฒนา ไอบุ๊กส์ รับยุคดิจิตอล ประเดิม 500 โรงเรียนปีแรก

แอสไพเรอร์ส ผนึกวัฒนาพานิช พัฒนา ไอบุ๊กส์ รับยุคดิจิตอล ประเดิม 500 โรงเรียนปีแรก

นายวิโรจน์ อัศวรังสี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ แอสไพเรอร์ส กรุ๊ป ตัวแทนจำหน่ายระบบด้านการศึกษาของบริษัท แอปเปิล ประเทศไทย เปิดเผยว่า รูปแบบการเรียนการสอนทั่วโลกเริ่มมีการใช้แท็บเล็ตทดแทนหนังสือเรียนบางส่วนมาในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน การที่ประเทศไทยมีโครงการแท็บเล็ต ป.1 เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา ทำให้มีการใช้งานกว้างขวางมากขึ้น และยังส่งผลให้ตลาดคอนเทนต์มูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาทที่เป็นรูปหนังสือ เริ่มปรับมาเป็นระบบดิจิตอลมากขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้ แอสไพเรอร์ส ได้ร่วมมือกับสำนักพิมพ์วัฒนาพานิช ซึ่งมีตำราเรียนมากที่สุด ได้ร่วมกันพัฒนาโซลูชันตำราเรียนดิจิตอลบนเทคโนโลยีไอบุ๊กส์ของแอปเปิล ทำให้นักเรียนได้ใช้หนังสือเรียนยุคใหม่บนไอแพด สามารถดูรูปภาพและวิดีโอ และเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ได้ทั่วโลก โดยได้พัฒนาครบทั้ง 8 สาระวิชาสำหรับนักเรียน ม.1 แล้ว และกำลังเดินหน้าพัฒนาสำหรับระดับชั้นอื่นๆ ต่อไป

สำหรับในปีแรก แอสไพเรอร์ส ตั้งเป้ามีโรงเรียนที่นำระบบดังกล่าวไปใช้งานประมาณ 500 โรงเรียน จากโรงเรียนในประเทศไทยที่มีกว่า 3.9 หมื่นโรงเรียน โดยล่าสุดมี 20 โรงเรียนแสดงความสนใจเข้ามาแล้ว นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนที่จะพัฒนาโซลูชันให้รองรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และวินโดวส์ 8 ในปีนี้ เพื่อขยายตลาดในอนาคต

“หากต้องการลงทุนโซลูชันสมบูรณ์ทั้งระบบ 1 ห้องเรียน สำหรับนักเรียน 40 คน ใช้เงินประมาณ 7-8 แสนบาท ถือว่าใกล้เคียงกับห้องโสตทัศนศึกษา” นายวิโรจน์ กล่าว

นายวรชัย จงพิพัฒนสุข กรรมการ บริหาร สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช กล่าวว่า ต้นทุนคอนเทนต์ต่อชิ้นจะใกล้เคียงกับหนังสือเรียน คือ ราคาไม่เกิน 100 บาท แต่คอนเทนต์บนไอแพดจะสวยงามกว่า ครบถ้วนสมบูรณ์ ส่งเสริมการเรียนรู้มากกว่า แม้จะมีต้นทุนฮาร์ดแวร์คือ ไอแพด เพิ่มขึ้นมา แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า

นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าสุดท้ายแล้วในอีก 3 ปีข้างหน้า ไอแพดและแท็บเล็ตจะเป็นอุปกรณ์หลักในการเรียนรู้ของเด็ก ที่มีการใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น

“หนังสือเรียนดิจิตอล ส่วนใหญ่เป็นไฟล์พีดีเอฟเท่านั้น อาจจะมีสอดแทรกแฟลช หรืออินเตอร์แอ็กทีฟ แต่ที่ทำเต็มรูปแบบเป็นโซลูชันการเรียนรู้ ต้องบอกว่าแอสไพเรอร์ส และวัฒนาพานิช ทำเป็นแห่งแรกในอาเซียน และอนาคตมีโอกาสไปขยายตลาดต่างประเทศ แต่จะเน้นในไทยก่อน” นายวรชัย กล่าว

ด้านนายวรพันธ์ โลกิตสถาพร นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การเปลี่ยนผ่านจากหนังสือไปสู่หนังสือดิจิตอล ทางสมาคมได้ประเมินแล้วคาดว่าในเวลา 3 ปีนี้จะยังไม่ถือเป็นนัยสำคัญต่อตลาด และไม่น่ากระทบต่อหนังสือปกติ

ขณะเดียวกัน เมื่อประเมินจากมูลค่าตลาดรวมหนังสือปกติกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท พบว่ามีสัดส่วนยอดจำหน่ายหนังสือดิจิตอลประมาณ 1% เท่านั้น เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ระบบซื้อขายคอนเทนต์หนังสือบนอุปกรณ์|แท็บเล็ตยังไม่ชัดเจน การแบ่งรายได้ระหว่างผู้ผลิต ผู้พัฒนาระบบ สำนักพิมพ์ และผู้ให้บริการแอพสโตร์ยังไม่ลงตัว

นอกจากนี้ ยังเห็นได้ว่าปัจจุบันจำนวนผู้ใช้แท็บเล็ตในประเทศไทยยัง|ไม่กว้างพอ รวมทั้งโครงข่ายยังไม่พร้อมสำหรับให้ดาวน์โหลด และราคาหนังสือดิจิตอลยังไม่จูงใจมากนัก เมื่อเทียบกับราคาหนังสือปกติ

อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมก็เตรียมความพร้อมให้กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมรับมือความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเชื่อว่าหากหนังสือดิจิตอลจะเกิดขึ้น มีโอกาสที่จะเกิดกับหนังสือเรียนก่อน เนื่องจากมีกระทรวงศึกษาธิการเป็นเจ้าภาพ และมีการพัฒนาหนังสือเรียนดิจิตอลเพื่อใช้งานบนแท็บเล็ต ป.1 ได้

“ต่างประเทศจะเห็นหนังสือดิจิตอลเริ่มแพร่หลายขึ้น เพราะปริมาณผู้ใช้มีมากพอ ทำให้คุ้มค่ากับการผลิตพัฒนา แต่ในประเทศไทยยังต้องใช้เวลา” นายวรพันธ์ กล่าว

สำหรับในส่วนของการเรียนการสอนนั้น จากนโยบายรัฐบาลให้ใช้แท็บเล็ต เพื่อใช้เป็นแหล่งเก็บความรู้และเข้าถึงความรู้ ซึ่งมีส่วนสนับสนุนหนังสือเรียนดิจิตอล แต่ที่สำคัญคือต้องดูระดับอายุของผู้ใช้ หากผู้ใช้ยังอายุน้อย หรือเด็กเกินไปก็ไม่มีประโยชน์ และต้องมีระบบควบคุมที่ดีด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการใช้ที่ส่งผลเสียต่อเยาวชน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ