
เมืองไทยซุ่มบุกอาเซียน
เล็งสยายปีกไป3ชาติ‘ลาวกัมพูชาเวียดนาม’ลั่นกองทุนแข็งปึ้กไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนใหม่
เล็งสยายปีกไป3ชาติ‘ลาวกัมพูชาเวียดนาม’ลั่นกองทุนแข็งปึ้กไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนใหม่
เมืองไทยประกันชีวิตลั่นเงินหนาเพียงพอขยายลงทุนไป ลาว กัมพูชา เวียดนาม คาดได้ข้อสรุป 12 ปี
นางภคินีนาถ ติยะชาติ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า การเตรียมลงทุนในภูมิภาคอาเซียน หรือเออีซี บริษัทมีการเตรียมคนก่อนเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะทีมงานฝ่ายขาย การบริการ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่ากำลังคนของบริษัทสามารถดูแลภาคประชาชนได้ครบถ้วน และต้องทำการศึกษาถึงระดับในการออกไปขายต่างประเทศว่าจะทำได้แค่ไหน
นอกจากนี้ อาจจะขยายการลงทุนอื่นๆ ไปยังอาเซียนด้วย ซึ่งบริษัทกำลังศึกษาตลาดประเทศลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งประมาณ 1 หรือ 2 ปี ก็ควรจะได้ข้อสรุปและไม่ควรยืดเยื้อ เพราะเวลาการเปิดเสรีใกล้เข้ามาแล้ว
“หากจะไปก็ไปในนามบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต แต่จะเป็นรูปแบบไหน อยู่ระหว่างการศึกษา” นางภคินีนาถ กล่าว
นางภคินีนาถ กล่าวว่า ในการขยายลงทุนไปยังอาเซียนบริษัทไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน แม้ว่าจะมีทุนจดทะเบียนเพียง 1,000 ล้านบาท แต่บริษัทมีกำไรสะสมที่อยู่ในส่วนของผู้ถือหุ้นถึง 2 หมื่นล้านบาท จึงไม่จำเป็นจะต้องระดมทุน
สำหรับปี 2556 บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะบริหารผลตอบแทนจากการลงทุนให้ได้ไม่ต่ำกว่าปี 2555 ที่ทำได้ 5% ส่วนเงินใหม่ที่จะเข้ามาในปีนี้กำลังมองหาช่องทางการลงทุนที่เหมาะสม เพราะเงินเก่าที่มีอยู่ 1.25 แสนล้านบาท มีการลงทุนเต็มจำนวนแล้ว ประกอบด้วย ลงทุนในพันธบัตร 50% ลงทุนในตลาดทุน 10% ซึ่งอาจจะมีการขยับได้อีก 2% แต่จะไม่ให้เกิน 12% ลงทุนในเงินกู้ 10% และอื่นๆ 30%
“การลงทุนของเราต้องอิงภาพรวมของบริษัท ที่มีนโยบายรักษาระดับทรัพย์สินให้มากกว่าหนี้สิน 115% เพื่อให้มั่นใจว่าถ้าเกิดความเสี่ยงในสินทรัพย์ลงทุน กำลังความสามารถในการดูแลผู้เอาประกันไม่ลดลง และถ้าดอกเบี้ยมีการผันผวน ผลตอบแทนสามารถเติบโตได้ตามสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น” นางภคินีนาถ กล่าวนางภคินีนาถ กล่าวว่า ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในขณะนี้คือ หุ้นกู้ ประมาณ 5% ซึ่งคิดว่าปีนี้ก็น่าจะอยู่ในระดับนี้ ซึ่งทางบริษัทอยู่ระหว่างการคอยจับตาดูว่าอาเซียน จะทำให้กำลังการผลิตของภาคเอกชนเพิ่มขึ้นแค่ไหน ถ้าภาคเอกชนมีการขยายกำลังการผลิตเชื่อว่าจะมีการออกหุ้นกู้ในปีนี้ ส่วนพันธบัตรรัฐบาล ต้องรอดูว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้หรือไม่ เพราะต้องได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าค้ำประกันไว้กับลูกค้า







