posttoday
ไทยพาณิชย์สามัคคีจ่อขึ้นเบี้ย

ไทยพาณิชย์สามัคคีจ่อขึ้นเบี้ย

11 กุมภาพันธ์ 2556

จับตาต้นทุนค่ารักษาค่าซ่อม6เดือนหากเพิ่มไม่หยุดต้นทุนดันขอปรับราคา

จับตาต้นทุนค่ารักษาค่าซ่อม6เดือนหากเพิ่มไม่หยุดต้นทุนดันขอปรับราคา

ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย แหยงเงินเฟ้อ ค่าหมอพุ่ง จับตาใกล้ชิด 36 เดือน รอสรุปผลกระทบต้นทุน ก่อนชี้ขาดขึ้นค่าเบี้ย

นายจิรวุฒิ บุญศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทกำลังติดตามอย่างใกล้ชิดว่าปัญหาเงินเฟ้อและค่ารักษาพยาบาลที่ปรับสูงขึ้นจะส่งผลกระทบมากน้อยเพียงใดต่ออัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกัน ซึ่งคงต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน แต่คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 36 เดือน หลังจากนี้ถึงจะสรุปได้ว่าจำเป็นต้องมีการปรับเพิ่มค่าเบี้ยให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงหรือไม่

“ปัจจัยเสี่ยงตอนนี้ของบริษัทและอุตสาหกรรมประกันคือ เงินเฟ้อ เช่น ช่วงนี้รถป้ายแดงออกมาเยอะมาก ก็ทำให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นมากตามไปด้วย ขณะที่อู่และช่างซ่อมก็ขาดแคลน ทำให้ค่าแรงค่าซ่อมก็ต้องปรับขึ้น อย่างตอนนี้อัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันรถยนต์เราอยู่ที่ 55-56% ถ้าตัวเลขตรงนี้ปรับขึ้นไปถึง 60% ก็คงถึงเวลาที่เราจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าเบี้ย” นายจิรวุฒิ กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากภาวะการแข่งขันในปัจจุบัน แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แต่บริษัทอาจไม่สามารถขึ้นเบี้ยประกันได้ ไม่เช่นนั้นก็จะเสียลูกค้าบางส่วนไป เช่น กรณีค่าเบี้ยประกันรถชั้น 3 พิเศษ ที่ไม่ได้มีการปรับขึ้นมา 7 ปี แล้ว ดังนั้น จึงต้องใช้วิธีลดต้นทุนการดำเนินงานแทน

นายจิรวุฒิ กล่าวว่า กลยุทธ์ในปีนี้ยังคงมุ่งเน้นตลาดลูกค้ารายย่อยเป็นหลัก โดยเฉพาะการขายแบบประกันอัคคีภัย ประกันภัยรถยนต์ที่จะขยายตลาดไปยังประกันชั้น 1 ซ่อมห้างให้มากขึ้น รวมถึงประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ ขณะเดียวกันก็จะขยายอู่ในเครือเพิ่มอีก 46 แห่ง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 30 แห่ง

“ในปีนี้ตั้งเป้าทำเบี้ยให้ได้ 5,135 ล้านบาท เติบโต 20% แบ่งเป็นเบี้ยประกันรถยนต์ 1,875 ล้านบาท หรือ 37% เบี้ยประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ 1,820 ล้านบาท หรือ 35% เบี้ยประกันอัคคีภัย 740 ล้านบาท หรือ 14% เบี้ยประกันสรรพภัย 435 ล้านบาท หรือ 9% และเบี้ยประกันภัยทางทะเลและอื่นๆ 265 ล้านบาท หรือ 5% โดยคาดว่าเบี้ยจะมาจากช่องทางธนาคารไทยพาณิชย์ 3,550 ล้านบาท และช่องทางที่ไม่ได้มาจากธนาคารไทยพาณิชย์ 1,585 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายส่วนแบ่งตลาดติดอันดับ 1 ใน 10 ให้ได้ก่อนปี 2558 จากปัจจุบันอยู่อันดับที่ 11” นายจิรวุฒิ กล่าว

ด้านผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาบริษัททำเบี้ยได้ 4,275 ล้านบาท เติบโต 26% เมื่อเทียบกับปี 2554 มีกำไร 297 ล้านบาทเติบโต 205 % เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่ขาดทุน 282 ล้านบาท ซึ่งกำไรที่ได้มาจากการรับประกันเป็นหลักมากกว่ากำไรจากการลงทุน

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน