
ความยั่งยืน
ผู้คนส่วนใหญ่อยากมี “ชีวิตที่ดีขึ้น” (ชีวิตที่ดีกว่าเดิมที่เป็นอยู่) ด้วยกันทั้งนั้น
ผู้คนส่วนใหญ่อยากมี “ชีวิตที่ดีขึ้น” (ชีวิตที่ดีกว่าเดิมที่เป็นอยู่) ด้วยกันทั้งนั้น
ปัญหาอยู่ที่ว่า เขาเหล่านั้นมี “ทางเลือก” หรือมี “โอกาสเลือก” มากน้อยเพียงใดเท่านั้นเอง
หนึ่งในทางเลือกของการดำรงชีวิต ก็คือ การทำงานได้อย่างปลอดภัย
เพราะการทำงานอย่างปลอดภัยจะทำให้เราทุกคนมี “คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ “ชีวิตการทำงาน” (Better Quality of Working Life : OWL)
การทำงานได้อย่างปลอดภัยจึงเป็นยอดปรารถนาของพวกเราทุกคน ทั้งในระดับที่รู้ตัวและระดับที่อยู่ลึกในจิตใต้สำนึก
เรื่องนี้จึงสอดคล้องกับ “ทฤษฎีลำดับขั้นของความต้องการของมนุษย์” (Hierachy of Needs) หรือ “ทฤษฎีการจูงใจ” ของอับราฮัมมาสโลว์ (Abraham Maslow) ในลำดับขั้นที่ 2 เรื่อง “ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย” ด้วย
ความต้องการความมั่นคงและความปลอดภัยจึงครอบคลุมถึงความมั่นคงในหน้าที่การงานและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อันหมายรวมถึงการมีความปลอดภัยในการทำงาน การได้รับสวัสดิการ สังคมและสวัสดิการจากองค์กรที่ทำงานในจำนวนที่เหมาะสมและเพียงพอที่จะประกันถึง “ความมั่นคงและความปลอดภัย” ของเราทุกคนได้
คือ นอกจากดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปลอดภัยแล้ว เรายังมีงานทำเพื่อเลี้ยงชีพอย่างมั่นคงด้วย ไม่ใช่ตกงานหรือถูกเลิกจ้าง (อย่างไม่เป็นธรรม) โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว หรือบาดเจ็บพิการหรือตายกันง่ายๆ ในโรงงานหรือสถานประกอบการต่างๆ
เรื่องของ “ความปลอดภัยในการทำงาน” จึงควรเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเคียงบ่าเคียงไหล่เช่นเดียวกับ “ความมั่นคงในการทำงาน” เพื่อจะได้ทำให้เราทุกคนมี “ชีวิตที่ดีขึ้น” หรือมี “คุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น” นั่นเอง และควรจะต้องมีความสำคัญเคียงคู่เสมอกันกับเรื่องของ “สิ่งแวดล้อม” หรือ “การป้องกันมลพิษ” ด้วย
ปัจจุบันมีแนวคิดและปรัชญาของ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Sustainable Development) มักจะผูกติดกับเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ยังมิได้นำเอาเรื่อง “ความปลอดภัยอย่างยั่งยืน” ผนวกเข้าไปเป็นส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งของแนวความคิดดังกล่าวอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม
ในความเป็นจริงแล้ว หนึ่งในเจตนารมณ์ที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาอย่างยั่งยืนก็คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคม (โลก) อย่างยั่งยืนนั่นเอง
การพัฒนาคุณภาพชีวิต จึงเป็นเรื่องของการเพิ่มผลผลิต หรือสร้างผลิตภาพของมนุษย์ (Human Productivity) ให้สูงขึ้นด้วย
การผนวกเอาแนวความคิดของ “ความปลอดภัยอย่างยั่งยืน” เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแนวความคิดในเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงเป็นเรื่องที่เรามองข้ามไม่ได้เลย และจะช้าไม่ได้ด้วย
เพราะ “การอนุรักษ์ทรัพยากรมนุษย์” มีค่าที่สุด
หากปล่อยให้เกิดบาดเจ็บพิการ หรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุ หรือความไม่ปลอดภัยในที่ทำงานหรือในที่สาธารณะดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เราจะมุ่งหวัง “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ได้อย่างไร
เมื่อเราให้ความสำคัญกับกระบวนการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมมากเพียงใด เราก็จะต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย (และอาชีวอนามัย) มากขึ้นเพียงนั้นด้วย การพัฒนาจึงจะสมดุลการพัฒนาจึงจะยั่งยืนอย่างแท้จริง
ความปลอดภัยอย่างยั่งยืน จึงต้องอาศัย “มาตรการเชิงรุก” (Proactive Measures) หรือการป้องกันไว้ก่อน (เช่นเดียวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม) โดยการออกแบบให้ปลอดภัย หรือการออกแบบให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นเลย (Right the First Time) คือ ต้องเลือกใช้มาตรการแก้ไขปรับปรุงหลังเกิดเหตุให้น้อยที่สุด
พูดง่ายๆ ว่า นอกจากจะมีมาตรการให้มี “วิธีการทำงานที่ปลอดภัย” แล้ว เรายังจะต้องสร้าง “สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย” ด้วย
การคิดแบบองค์รวม โดยการผนวกแนวความคิดทั้งสามด้าน อันได้แก่ ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม (และการเมือง) ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และด้านการสร้างเสริมความปลอดภัยเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว จึงน่าจะทำให้เราสามารถบรรลุถึงเป้าหมาย “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
เราต่างทราบดีว่า ทั้งคนและสิ่งแวดล้อม เมื่อถูกทำลายไปแล้วเป็นเรื่องยากที่จะสร้างขึ้นทดแทนดังเดิมได้ โดยเฉพาะเรื่องของ “คน”
ทุกวันนี้ ผมได้แต่อิจฉาพัฒนาการด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ก้าวหน้าไปอย่างเป็นปึกแผ่นในบ้านเรา ในขณะที่พัฒนาการด้านความปลอดภัยได้แต่ไปเรื่อยๆ
เรื่องของความปลอดภัยในการทำงานนี้ ถึงเบื่อ ผมก็จะบ่นของผมไปเรื่อยๆ ครับผม !







